ทดลองขับ ซูซูกิ สวิฟท์ ขับสนุกแถมประหยัด

ซูซูกิเปิดตัวรถยนต์ขนาดเล็ก รุ่นสวิฟท์ ครั้งแรกที่งานปารีส มอเตอร์โชว์ปี ค.ศ. 2004 และด้วยความสามารถด้านมอเตอร์สปอร์ต สวิฟท์สามารถคว้าแชมป์จากรายการจูเนียร์ เวิลด์ แรลลี แชมเปี้ยนชิพมาครองได้ในปีเดียวกัน ส่งผลให้สวิฟท์ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ในยุโรปเป็นอย่างมาก ส่วนในบ้านเรานั้น บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ได้นำซูซูกิ สวิฟท์ แฮทช์แบ็ค 5 ประตู เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร จากประเทศอินโดนีเซียเข้ามาเปิดตัวครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 23 เมื่อปี 2549 โดยตอนนั้นราคาเปิดตัวของรุ่นจีแอล ตัวท็อป อยู่ที่ 649,000 บาท

สำหรับปีนี้ หลังจาก บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้สร้างโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศ ไทยเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงประกอบซูซูกิ สวิฟท์ใหม่ ซึ่งจะเป็นรถแบบอีโคคาร์คันแรกของค่ายซูซูกิออกจำหน่าย และได้มีการเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังจากจัดทริปให้สื่อมวลชนทดลองขับไปเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา โดย “เดลินิวส์” ได้สวิฟท์ตัวท็อป รุ่นจีแอลเอ็กซ์มาทดลองขับในทริปนี้ สำหรับรูปทรงของซูซูกิ สวิฟท์ใหม่นั้น ดูคล้าย ๆ กับสวิฟท์รุ่นก่อน แต่ถ้านำมิติตัวถังของรถมาเทียบกันแล้วจะเห็นได้ว่าสวิฟท์ใหม่มีขนาดของตัว ถังใหญ่ขึ้น โดยมีความยาวเพิ่มขึ้น 105 มม. ความกว้างเพิ่มอีก 5 มม. และฐานล้อยาวขึ้นอีก 40 มม. จึงทำให้รัศมีวงเลี้ยวกว้างขึ้นจาก 4.7 ม. เป็น 5.2 ม.

เมื่อเข้าไปนั่งในห้องโดยสาร พบว่าทัศนวิสัยด้านหน้ารถดูกว้างขวางและมีจุดอับน้อย เช่นเดียวกับมุมมองที่ผ่านกระจกมองข้างขนาดใหญ่ ส่วนมุมมองด้านหลังติดตรงหมอนรองศีรษะที่อยู่ค่อนข้างสูง ทำให้มีปัญหาในการมองพอสมควร ส่วนความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารสำหรับ 2 คนหน้าคงจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะเบาะและพวงมาลัยปรับได้หลายลักษณะ ช่วยให้ปรับท่านั่งได้อย่างเหมาะสม ส่วนความกว้างของห้องโดยสารตอนหลังขึ้นอยู่กับขนาดตัวของคนนั่งหน้าด้วย แต่โดยรวมแล้วโปร่งโล่งสบายดีกว่ารุ่นก่อนเพราะฐานล้อมีขนาดที่ยาวขึ้น แถมไม่มีอุโมงค์กลางที่พื้นรถ ส่วนข้อติก็คือการพับเบาะหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกของ ที่ทำได้แย่กว่ารุ่นก่อน ซึ่งเวลาพับเบาะลงแล้วจะเรียบเสมอกับพื้นรถ

ในด้านของสมรรถนะนั้น แม้เรี่ยวแรงของสวิฟท์ใหม่จะดูน้อยลง เพราะเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 91 แรงม้า (รุ่นเดิมใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 101 แรงม้า) แต่แรงบิดกลับมีมากขึ้นจาก 113 นิวตัน-เมตร เพิ่มเป็น 118 นิวตัน-เมตร และน้ำหนักตัวของสวิฟท์ใหม่ก็น้อยกว่าเดิมอีก 25 กก. จึงทำให้สวิฟท์ใหม่ยังคงมีอัตราเร่งออกตัวที่ว่องไว และเร่งแซงช่วงความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. ได้น่าพอใจ สำหรับความเร็วสูงสุดนั้นก็ทำได้ถึง 170 กม./ชม. โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 16 กม./ลิตร และสามารถใช้น้ำมันอี20 ได้ ระบบช่วงล่างของสวิฟท์ใหม่ถูกออกแบบมาให้ค่อนข้างนิ่มนวล นั่งสบาย เหมาะสมดีแล้วสำหรับการใช้งานแบบรถขับประหยัดในเมืองใหญ่ ส่วนการวิ่งทางไกลช่วงความเร็วสูง ระบบช่วงล่างยังให้ความรู้สึกมั่นใจดี พวงมาลัยไม่เบา การตอบสนองแม่นยำ แต่ถ้าขับไปเจอคอสะพานชัน ๆ จะรู้สึกว่าจังหวะยุบตัวของโช้คอัพเยอะไป บางครั้งก็จะยุบไปจนถึงตัวลูกยางกันกระแทกเลย ส่วนระบบเบรกที่ใช้เป็นแบบหน้าดิสก์ หลังดรัม ซึ่งเอาอยู่เมื่อต้องหยุดรถกะทันหัน และวางใจได้เพราะมีระบบเบรก
เอบีเอส และระบบเสริมแรงเบรกมาให้ด้วย

สรุปโดยรวม แม้ว่าซูซูกิ สวิฟท์ใหม่ จะมีราคาค่าตัวสูงกว่าคู่แข่งคือระหว่าง 469,000-559,000 บาท แต่ด้วยรูปทรงที่แตกต่างจากใคร ๆ และขนาดตัวที่ใหญ่กว่าจึงทำให้ดูน่าสนใจ ดังนั้นถ้าคุณกำลังมองหารถคันแรกสำหรับครอบครัว ซูซูกิ สวิฟท์ใหม่ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ต้องลองก่อนตัดสินใจ.

ข้อมูล

มิติ (ยาว/กว้าง/สูง)3,850/1,695/1,510 มม.

เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว วีวีที

ความจุกระบอกสูบ 1,242 ซีซี

กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที

แรงบิดสูงสุด 118 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาทีี

เกียร์ อัตโนมัติ ซีวีที

ราคา 559,000 บาท

สมฤกษ์ รื่นสัมฤทธิ์

ที่มา เดลินิวส์

 

ข้อเสนอ Motor show จากมาสด้า

โบรชัวร์ New Colorado แบบชัดๆ

Chevrolet Colorado X-Cab 2.8 Z71 4x4 5MT


New Corolado 2012
รุ่น 4 ประตู Crew-Cab
http://www.chevrolet.co.th/bypass/gmna/download/th/Chevy_Colorado_C_CAB_TH.pdf

รุ่น 2 ประตู Extended-Cab
http://www.chevrolet.co.th/bypass/gmna/download/th/Chevy_Colorado_X_Cab_th.pdf

รุ่น 2 ประตู Single-Cab
http://www.chevrolet.co.th/bypass/gmna/download/th/Chevy_Colorado_S_CAB_TH.pdf

ราคา ซูซูกิ สวิฟท์ ตัวท็อปจัดเต็ม 5.59 แสนบาท

ที่มา : http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9550000036175

วันนี้(21 มี.ค.) บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ยึดโรงแรมดุสิตธานี จัดงานเปิดตัว “ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่” รถยนต์ตระกูลอีโคคาร์ลำดับที่ 5 ของเมืองไทย ชูสมรรถนะโดดเด่นจากช่วงล่างหนึบแน่น พร้อมเครื่องยนต์ 1.25 ลิตร แถมประหยัดน้ำมัน เคาะราคาเพียง 3 รุ่นย่อยเกียร์อัตโนมิติ CVT 469,000-559,000 บาท ส่วนรุ่นเกียร์ธรรมดาต้องรอเดือนตุลาคม
“ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่” (All New Suzuki Swift) สวมเข้าโครงการอีโคคาร์ของรัฐบาลไทย และวางเครื่องยนต์ 1.25ลิตร (กำหนดเครื่องยนต์เบนซินพิกัดไม่เกิน 1400ซีซี)ส่วนรุ่นเดิมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรก็ยุติการทำตลาดไป


นอกจากนี้ยังผ่านคุณสมบัติด้านการประหยัดพลังงาน โดยมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า 20 กม./ลิตร ตามมาตรฐานทางเทคนิค UNECE Reg. 101, Rev.1 Combine Modeขณะเดียวกันด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรฐานมลพิษระดับยูโร 4 และมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยจากท่อไอเสียไม่เกิน 120 กรัม/กม.

สำหรับ“ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่”ยึดพื้นฐานการพัฒนาบนแพลตฟอร์มเดิม ขณะที่หน้าตาปรับเพิ่มความสดใหม่ในหลายๆจุด ทั้งกระจังหน้า กันชนหน้า โคมไฟหน้าแนวตั้งขนาดใหญ่ เส้นสายปราดเปรียวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนไฟท้ายดีไซน์ใหม่รับกับ Shoulder Line พร้อมล้อกระทะขนาด 15 นิ้วใน รุ่น GA และ GL ขณะที่ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้วจะมาในรุ่น GLX

ภายในตกแต่งสไตล์สปอร์ต คันเกียร์และสวิทช์ต่างๆ ถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับผู้ขับขี่ โดยรุ่น GLXจะเป็นพวงมาลัยหุ้มหนัง มาพร้อมสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียง

ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกจัดมาเพียบไล่ตั้งแต่ ระบบ Keyless Push Start ช่วยให้สตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ (เฉพาะรุ่น GL และรุ่น GLX) พวงมาลัยแบบ Tile-steering ปรับระดับขึ้น-ลงได้ ในระยะ 40 มิลลิเมตร และเพิ่มฟังก์ชั่นพิเศษแบบ Telescopic ปรับระยะหน้า-หลังได้ ในระยะ 36 มิลลิเมตร (เฉพาะรุ่น GL และ GLX) ตลอดจนเบาะนั่งแบบผ้าปรับระยะขึ้นลงได้ 32 มิลลิเมตร และปรับสไลด์ได้ 24 ระดับ ส่วนเบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับพับได้ 60:40 เพิ่มความอเนกประสงค์

ในรุ่น GLX ติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติช่วยควบคุมอุณหภูมิ ส่วน GA,GL เป็นแบบแมนวลมือหมุนขณะที่ชุดเครื่องเสียง รองรับ CD MP3พร้อมช่อง USB (เฉพาะรุ่น GL, GLX)
เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K12B ขนาด 1242 ซีซี 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบ VVT วาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดี-ไอเสีย ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

สำหรับรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.8 เมตรในรุ่นGA, GLและ 5.2 เมตรในรุ่น GLXด้านระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมคอยล์สปริง และหลังแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมคอยล์สปริง ทั้งยังขยายฐานล้อให้กว้างขึ้น 40 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่

ความปลอดภัยจัดถุงลมนิรภัย SRS ด้านคนขับ และระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD เป็นมาตรฐานทุกรุ่น ขณะที่ในรุ่น GLX จะเสริมถุงลมนิรภัย SRS ฝั่งผู้โดยสารมาอีกหนึ่งลูก

โดยซูซูกิ เพิ่งจะเริ่มผลิต“สวิฟท์ โฉมใหม่” เมื่อ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ณ โรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช จังหวัดระยอง และเตรียมลงโชว์รูมพร้อมขายในรุ่นเกียร์อัตโนมัติตั้งแต่ 22 มีนาคมเป็นต้นไป ส่วนรุ่นเกียร์ธรรมดาจะเริ่มการผลิตเดือนตุลาคมนี้ โดยซูซูกิตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 10,000 คัน จากยอดขายรวมทุกรุ่น 20,000 คัน

ราคา“ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่”รุ่นเกียร์ CVT

รุ่น ราคา(บาท)
GA 469,000
GL 507,000
GLX 559,000

CHEVROLET SONIC 26 มีนา มาแน่!!! Motorshow

http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V11843028/V11843028-0.jpg

ติดตามรายละเอียดได้ที่ http://staging.chevroletthailand.com/sonic/

Ford Fiesta 1.5 ลิตร Ti-VCT ต้อนรับมาตรการคืนเงินภาษีรถยนต์คันแรก

Ford ประเทศไทยเคยพยายามบีบคั้นให้รัฐบาลไทยช่วยขยายขอบเขตกติกาความจุกระบอกสูบให้อยู่ในระดับ 1,600 ซีซี
สำหรับมาตรการคืนเงินภาษีสำหรับรถยนต์คันแรกเพื่อให้เอื้อกับการขาย Ford Fiesta รุ่น 1.6 ลิตร อันเป็นรถยนต์ที่ขายดี
ที่สุดของ Ford ณ เวลานั้น อีกทั้งอาจจะมีโอกาสขยายเขตการขายไปยังกลุ่ม C-Car ซึ่ง Ford ก็มีแผนเปิดตัว
All New Ford Focus ช่วงกลางปีนี้ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตรและ 2.0 ลิตรอีกด้วย

แต่ในเมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถกระทำตามที่ Ford Motor ขอร้องได้ทาง Ford จึงจำเป็นต้องเปิดกลศึกพิสดาร
อย่างเร่งด่วนมิเช่นนั้นยอดขายรถยนต์ Ford โดยรวมจะตกเป้าในปีนี้เพราะสูญเสียโอกาสการขายรถยนต์ Ford Fiesta
1.6 ลิตรเป็นจำนวนมากเพราะลูกค้าจะหันไปหารถยนต์คู่แข่งที่ได้รับสิทธิคืนเงินภาษีแทน

alt

ทัพพิสดารของ Ford กระทำอย่างเร่งด่วนชนิดไม่คิดชีวิตนั่นก็คือการเปิดตัว Ford Fiesta 1.5 ลิตร Ti-VCT ได้อย่าง
หวุดหวิดก่อนที่จะอวดโฉมในงาน Bangkok Motorshow 2012 และมันทำให้พวกเรารู้สึกว่า Ford Motor ก็สามารถ
ปรับตัวกับตลาดรถยนต์เมืองไทยได้รวดเร็วมากเช่นกัน

Ford Fiesta 1.5 ลิตร Ti-VCT จะติดตั้งเกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟต์ 6 จังหวะแบบเดียวกับรุ่น 1.6 ลิตร Ti-VCT โดย
Ford เสริมว่าพวกเขาได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรระดับโลกของบริษัทในการลงทุนอย่างมหาศาลและ
ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ระดับภูมิภาคของบริษัทเพื่อผลิต Ford Fiesta 1.5 ลิตร Ti-VCT เพื่อตอบสนอง
ต่อการแข่งขันในประเทศไทยภายใต้นโยบายส่งเสริมการเป็นเจ้าของรถคันแรก

มร. ปีเตอร์ ฟลีท ประธาน Ford Motor ภูมิภาคอาเซียนเปิดเผยว่า “ปกติแล้ว กลยุทธ์ในการผลิตภัณฑ์มัก
ต้องใช้เวลาในการวางแผนล่วงหน้าหลายปี แต่การที่เราสามารถนำ Ford Fiesta รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร
Ti-VCT มาจำหน่ายในประเทศไทยได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของทีมงาน
ระดับโลกของฟอร์ดในการใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรที่มีอยู่แล้วภายใต้กลยุทธ์ One Ford เพื่อ
ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในตลาด”

Ford Fiesta รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Ti-VCT มาพร้อมตัวเลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นเทรนด์ (Trend) และ
รุ่นสปอร์ต (Sport) ทั้งตัวถังแบบซีดาน  4 ประตู และแฮทช์แบค 5 ประตู โดยรถรุ่นใหม่ดังกล่าวจะมาแทนที่
Ford Fiesta รุ่นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร Ti-VCT ซึ่งวางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ Ford Fiesta รุ่นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร Ti-VCT จะยังคงมอบทางเลือกอันหลากหลายให้แก่ผู้บริโภคด้วย
การนำเสนอความหรูหราในท็อปทั้งสองรุ่น คือรุ่นสปอร์ต พลัส และสปอร์ต อัลทิเมต ที่เพียบพร้อมด้วย
อุปกรณ์ปกป้องความปลอดภัยและเทคโนโลยีอันทันสมัยมากมาย

ราคา Ford Fiesta เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Ti- VCT
รุ่นเทรนด์ ราคา 644,000 บาทสำหรับรุ่น 4 ประตูและ 654,000 บาทสำหรับรุ่น 5 ประตู
รุ่นสปอร์ต ราคา 689,000 บาทสำหรับรุ่น 4 ประตู และ 699,000 บาทสำหรับรุ่น 5 ประตู

ทุกรุ่นมาพร้อมกับประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี

ที่มา : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=caronlinenews&month=20-03-2012&group=7&gblog=48

แจ้งเกิด“มิราจ”ดันแคมเปญ-อัดออปชันเพียบ

ที่มา : http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9550000035607

วันนี้ (20 มี.ค.) บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด เปิดตัวอีโคคาร์น้องใหม่ “มิราจ” ที่ มาพร้อมคอนเซปต์ “BE MORE – ให้คุณได้มากกว่า” ดึง “นิชคุณ” เป็นพรีเซนเตอร์หวังเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยแบ่งขาย5 รุ่นย่อยราคา 380,000 – 546,000 บาท อัดโปรโมชันฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง แถมคืนเงินอีก 10,000 บาท (ไม่เกี่ยวกับนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล)สำหรับรถ 9,000 คันแรก

 

 

สำหรับมิตซูบิชิ มิราจ เป็นรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงานรุ่นแรกในสายผลิตภัณฑ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ถูกผลิตขึ้นภายใต้โครงการโกลบอล สมอลล์ ที่จะเข้ามาตอบสนองความต้องการรถยนต์ของตลาดในประเทศเศรษฐกิจใหม่ที่มีความ ต้องการรถยนต์สูงขึ้น รวมไปถึงในประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งมีความสนใจในรถยนต์ขนาดเล็กตามแนวโน้มด้าน พลังงานและความตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม อันสอดคล้องกับโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรืออีโคคาร์ของรัฐบาลไทย

การออกแบบภายนอกเน้นความลงตัวของเส้น สายเพื่อให้ได้มาซึ่งรถที่ดูเรียบง่ายแต่ปราดเปรียว พร้อมเทคโนโลยีการออกแบบเพื่อลดน้ำหนักโดยรวมของตัวรถทำให้มีค่า สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.29 ซึ่งถือว่าดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน

ลงตัวด้วยชุดไฟหน้า ฝากระโปรงหน้าถูกออกแบบให้เสริมความโดดเด่นของตัวรถ และเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศรอบตัวรถด้วยกระจังหน้าใต้กันชนขนาด ใหญ่ที่ช่วยระบายความร้อน ทั้งนี้รุ่น GLS และ GLS Limited ยังติดสปอยเลอร์หลังมาให้อีกด้วย

โดยมิติตัวถังยาว 3,710 มม. กว้าง 1,665 มม.สูง 1,490 มม. และจากนวัตกรรมการออกแบบทำให้มีห้องโดยสารกว้างขวางรับกับทุกฟังก์ชั่นการ ใช้งาน พร้อมการจัดวางพื้นที่ห้องโดยสารให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่ง และพื้นที่เก็บสัมภาระที่ใหญ่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

 

ภายในเน้นโทนสีดำ ทั้งแผงคอนโซลหน้าแบบเรียบตรงพร้อมการเน้นเส้นสายบริเวณส่วนหน้าคอนโซลช่วย เพิ่มความรู้สึกกว้างขวาง ขณะที่รุ่น GLS และ GLS Ltd. ยังมาพร้อมการตกแต่งแบบ “ซิลเวอร์ เดคคอเรชั่น” ด้วยมือจับประตูด้านใน ขอบมาตรวัด ขอบช่องแอร์ และฐานเกียร์แบบโครเมียม เพิ่มความหรูหราและลงตัวมากยิ่งขึ้น

ส่วนมาตรวัดแบบ Combination meter สามารถปรับแสงสว่างหน้าปัดได้ 8 ระดับ ดูง่ายชัดเจน แจ้งข้อมูลต่างๆ ครบครัน พร้อมจอแสดงผลข้อมูลเอนกประสงค์ (Multi-information display) แสดงผลข้อมูลได้หลากหลาย ทั้งความเร็วเฉลี่ยในการขับขี่ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย ระยะทางขับขี่ที่เหลือจากปริมาณน้ำมันที่มีอยู่ในถัง และระบบเตือนการบำรุงรักษา รวมไปถึงการเตือนต่างๆ เมื่อมีความผิดปกติของระบบต่างๆ นอกจากนี้ยังมาพร้อมไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด (Eco lamp) เมื่อผู้ขับใช้รอบเครื่องยนต์และความเร็วช่วงที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง (ยกเว้นรุ่น GL)

เบาะผ้าสีดำลายกราฟิกได้รับการออกแบบให้โอบรับกับสรีระของผู้ขับขี่ และความสะดวกสบายของผู้โดยสาร และสามารถปรับสูง-ต่ำได้ (เฉพาะที่นั่งคนขับ) พร้อมพนักพิงศีรษะแบบปรับสูงต่ำได้ ยิ่งไปกว่านั้นเบาะนั่งหลังยังสามารถพับปรับแบบ 60:40 ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากขึ้น

ในรุ่น GLS และ GLS Ltd มาพร้อมระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS ช่วยให้ล็อกหรือปลดล็อกประตู และฝากระโปรงท้าย รวมไปถึงปุ่มสตาร์ท-ดับเครื่องยนต์ เพิ่มความสะดวกสบาย ขณะที่รุ่น GLX จะมีระบบพับเก็บและกางกระจกมองข้างอัตโนมัติเมื่อกดล็อกและปลดล็อกรถ

ด้านความบันเทิงรุ่นท็อป GLS Ltd. ใส่วิทยุ ซีดี MP3 ดีวีดี จอภาพแบบระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) ระบบนำทางในรถ (Navigator System) และช่อง USB ในขณะที่รุ่น GLX และ GLS มาพร้อมวิทยุซีดี MP3 พร้อมช่อง AUX-in และช่อง USB

ขณะเดียวกันยังมีฟังก์ชันมาตรฐานเพื่ออำนวยความสะดวกอย่าง ไฟหน้าปิดได้เองโดยอัตโนมัติ ใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติ รวมถึงระบบล็อคประตูซ้ำอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย โดยระบบจะสั่งล็อคประตูทุกบานอัตโนมัติหากไม่มีการเปิดประตูภายใน 30 วินาที หลังจากกดปุ่มปลดล็อคประตูรีโมท และระบบสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลน หรือเพียงขยับก้านไฟเลี้ยวเพียงเล็กน้อย สัญญาณไฟเลี้ยวและสัญญาณไฟเตือนในหน้าปัดจะกระพริบ 3 ครั้ง

 

“มิราจ ใหม่” วางเครื่องยนต์เบนซินรหัส3A92 ขนาด1.2 ลิตร 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และอัตโนมัติ CVT 6 จังหวะ พร้อม Sportronic และระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะ INVECS-III

เมื่อบวกกับเทคโนโลยีการลดน้ำหนักและ ลดแรงเสียดทานในเครื่องยนต์ มิตซูบิชิจึงเคลมว่า ”มิราจ” จะให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด 22 กิโลเมตร/ลิตร สอดคล้องกับข้อกำหนดของรถอีโคคาร์

สำหรับช่วงล่างหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท หลังทอร์ชั่นบีม ประกบล้อขนาด 14 นิ้ว และยางชนิดพิเศษลดแรงเสียดทานขนาด 165/65R14 โดยในรุ่น GLX มาพร้อมฝาครอบล้อ ส่วน GLS และ GLS Limited เป็นล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ด้านพวงมาลัยผ่อนแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า EPS ให้การขับขี่คล่องตัวพร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบที่สุดในรถระดับเดียวกัน 4.4 เมตร

ความปลอดภัยจัดระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ EBD ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกด้วยดิสก์เบรกหน้าขนาด 13 นิ้ว แบบมีช่องระบายความร้อน และดรัมเบรกหลังขนาด 7 นิ้ว(ยกเว้นรุ่น GL) เหนืออื่นใดในรุ่น GL และ GLX จะติดตั้งถุงลมนิรภัยด้านคนขับลูกเดียว ขณะที่ GLS และ GLS Limited จะเพิ่มถุงลมนิรภัยสำหรับผู้โดยสารตอนหน้ามาให้ด้วย

 

โดยความโดดเด่น ของ “มิราจ ใหม่” จะถูกถ่ายทอดผ่านพรีเซ็นเตอร์“นิชคุณ หรเวชกุล” หนึ่งในสมาชิกวงดนตรีเกาหลี “2PM” ซึ่งมิตซูบิชิมองว่ามีบุคลิกโดดเด่นและความสามารถหลากหลาย ตรงกับจุดเด่นของ “มิราจ ใหม่” โดยตลอดระยะเวลา 1 ปีของสัญญา นอกเหนือจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์สำหรับภาพยนตร์โฆษณา และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆแล้ว “นิชคุณ” ยังจะได้ร่วมทำกิจกรรมของมิตซูบิชิในโอกาสต่างๆอีกด้วย

นอกจากนี้ในช่วงเปิดตัวบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด ยังอัดแคมเปญให้ “มิราจ” ด้วยการแถมฟรีประกันภัยชั้น 1 “ไดมอนด์ อินชัวรันซ์” และรับโบนัสพิเศษเงินคืน 10,000 บาท เฉพาะลูกค้า 9,000 คนแรก

ราคามิตซูบิ มิราจ ใหม่

รุ่นรถ ราคา (บาท)
1.GLD Ltd. เกียร์อัตโนมัติ 546,000
2.GLS เกียร์อัตโนมัติ 506,000
3.GLX เกียร์อัตโนมัติ 460,000
4.GLX เกียร์ธรรมดา 426,000
5.GL เกียร์ธรรมดา 380,000

ใบราคา มิราจ + โปรโมชั่น ของศูนย์

ใบราคา มิราจ + โปรโมชั่น ของศูนย์
รายละเอียดแคมเปญ

รุ่น                             ราคา
GL เกียร์ ธรรมดา         380,000
GLX เกียร์ ธรรมดา       426,000
GLX เกียร์ ออโต้          460,000
GLS เกียร์ ออโต้          506,000
GLS Ltd. เกียร์ ออโต้   546,000 

สีขาวมุก เพื่ม   5,000

แคมเปญที่1
ประกันภัยชั้นหนึ่ง ศรีเมือง
พรบ.
กรอบป้าย
ผ้ายาง
เบาะหนัง
ขัดเคลือบสี
พ่นกันสนิมมีใบรับประกัน
ฟิล์ม 60/40 หน้าเต็ม
ฟรีค่าแรงตรวจเช็ค 11 ระยะ 100,000 กม.
บริการฉุกเฉิน 24 ชม.
รับประกัน 3 ปี 100,000 กม.
แคมเปญที่ 2
ประกันภัยชั้น1
พรบ.
ขัดสีเคลือบสี
พ่นกันสนิม
กรอบป้ายทะเบียน
ผ้ายางวางเท้า
กันลาด
เซ็นเซอร์ถอยหลัง2จุด
ฟิล์มกรองแสง 3M หรือลามิน่า (หน้าเต็มรอบคัน)
สปอยเลอร์หลัง
ฟรีคูปองตนวจเช็ค11 ระยะ 100,000 กม.
บริการฉุกเฉิน 24 ชม.
รับประกัน3 ปีหรือ 100,000 กม.

แคมเปญที่3
ประกันภัยชั้นหนึ่ง ศรีเมือง
พรบ.
กรอบป้าย
ผ้ายาง
ส่วนลดอีก 10,000 บาท
(ส่วนลด 10,000 เอาลดเงินดาวน์หรือตัวรถก็ได้ครับ หรือของแถมอื่นตามต้องการ)
ฟรีค่าแรงตรวจเช็ค 11 ระยะ 100,000 กม.
บริการฉุกเฉิน 24 ชม.
รับประกัน 3 ปี 100,000 กม.
 ราคาคืนภาษีรถคันแรกของ Mirage แจ้งราคาคืนได้คร่าวตามรายละเอียดด้านล่าง 

> GL            56,000
> GLX MT     60,000
> GLX CVT   70,900
> GLS          74,000
> GLS LTD   79,000
อัตราดอกเบี้ยเดือน มีนาคม 2555 ค่ะ
ดาวน์ 15%   ระยะเวลาผ่อน(เดือน)      อัตราดอกเบี้ย
                      12-48                       2.95%
                      60                            3.25%
                      72                            3.55%
ดาวน์ 20%   ระยะเวลาผ่อน(เดือน)      อัตราดอกเบี้ย
                      12-48                       2.75%
                      60                            2.85%
                      72                            3.05%
ดาวน์ 25%   ระยะเวลาผ่อน(เดือน)      อัตราดอกเบี้ย
                      12-48                       2.65%
                      60                            2.75%
                      72                            2.95%
*ถ้าจ่ายงวดแรกลดลงจากหน้าตาราง 0.10%  

ดอกเบี้ย กบข.และพนักงานรัฐวิสาหกิจ(แนบบัตร)
                  ดาวน์เริ่มต้น 0%
              ผ่อน 12-48 เดือน ดอกเบี้ย 2.35 %
              ผ่อน   60    เดือน ดอกเบี้ย 2.50  %
              ผ่อน   72    เดือน ดอกเบี้ย 2.75  %
              ผ่อน   84    เดือน ดอกเบี้ย 3.20 %
         รีบๆจองกันนะจร้าคิวเริ่มยาวแล้ว
ที่มา : http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V11836957/V11836957.html

นิสสัน มาร์ชใหม่ (March 2012) เพิ่มออปชัน-ไม่ปรับราคา

ที่มา : http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9550000033260
ข่าวในประเทศ - นิสสันเตรียมป้องบัลลังก์แชมป์อีโคคาร์ เปิดตัว“มาร์ช”รุ่นปี 2012 ไม่ปรับโฉมแต่เพิ่มออปชัน ทั้งเบาะหลังมีหมอนรองหัว และสามารถปรับพับได้แบบ 60:40 พร้อมยันราคาขายเดิม

ประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทกระตุ้นตลาดอีโคคาร์อีกครั้งด้วยการส่งมาร์ช รุ่นปี 2012 ที่เพิ่มอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกและสีใหม่ “ม่วง พลัม” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า พร้อมยืนยันความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์อีโค คาร์ ด้วยยอดขายอันดับหนึ่งหรือมากกว่า 55,000 คัน

“เราได้นำความคิดเห็นของลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น การปรับเบาะหลังให้พับได้ 60:40 หรือการเพิ่มช่องเก็บของอเนกประสงค์ โดยเราไม่ได้มีการปรับราคาเพิ่มแต่อย่างใด เพราะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นถือเป็นการเพิ่มความคุ้มค่าให้กับรถนิสสัน และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและการเอาใจใส่ที่จะสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า”

สำหรับนิสสัน มาร์ช รุ่นปี 2012 ใหม่ ได้รับการปรับปรุงและเพิ่มอุปกรณ์อเนกประสงค์ให้มากขึ้น คือ เพิ่มช่องเก็บของพร้อมฝาปิดบริเวณคอนโซลหน้า หมอนรองศรีษะเบาะหลัง และเบาะหลังปรับให้พับได้ 60:40 ส่วนในรุ่น Sports version ได้รับการติดตั้งสเกิร์ตข้าง และเบาะนั่งสีดำใหม่เพื่อเพิ่มอารมณ์เข้มสไตล์สปอร์ต นอกจากนี้นิสสัน มาร์ช รุ่นปรับโฉมใหม่ ยังมาพร้อมสีภายนอกใหม่ สีม่วง พลัม เพื่อเป็นการเพิ่มความสดใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ ผู้สนใจสามารถสัมผัสและสั่งจองรถยนต์นิสสัน มาร์ช รุ่นปี 2012 ใหม่ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่โชว์รูมนิสสัน ทั่วประเทศ

เบาะนั่งแถวหลังมีหมอนรองหัวเพิ่มเข้ามา และพับได้อเนกประสงค์แบบ 60:40

นอกจากการแนะนำมาร์ชรุ่นปี 2012 นิสสันยังได้จัดทำภาพยนตร์โฆษณาใหม่ ภายใต้แนวคิด “นิสสัน มาร์ช รถอีโค คาร์ คู่ใจใคร ๆ ก็เลือก ใคร ๆ ก็ใช้กัน” โดยยังคงเลือกพรีเซ็นเตอร์ เคน ธีรเดช มาช่วยถ่ายทอดเรื่องราวของนิสสันมาร์ช ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้วยยอดขายอันดับหนึ่งในตลาดอีโค คาร์ พร้อมแสดงให้เห็นภาพลักษณ์ของรถนิสสัน มาร์ชและผู้ใช้ที่มีความผูกพันและถือเป็นรถคู่ใจ ที่ช่วยให้ชีวิตของผู้ขับขี่ดำเนินไปได้อย่างง่ายขึ้น

สำหรับราคานิสสันมาร์ชใหม่ 2012 (new March 2012) เป็นดังนี้

รุ่น ราคา(บาท)
1.2S M/T 380,000
1.2E M/T 430,000
1.2E CVT 464,000
1.2EL CVT 494,000
1.2V CVT 512,000
1.2VL CVT 542,000

 

มิตซูบิชิเผยออปชัน “มิราจ” แยก 5 รุ่นย่อยราคา 3.8-5.46 แสนบาท

ข่าวในประเทศ-มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เผยข้อมูลการขาย “มิราจ” ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 33 ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 28 มีนาคม-8 เมษายนนี้ ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ด้วยทางเลือก 5 รุ่นย่อย เคาะราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 380,000-546,000 บาท แถมโปรโมชันจองรถช่วงเปิดตัวรับฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมรับโบนัสเงินคืน 10,000 บาท

โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยข้อมูลการขายรถยนต์มิตซูบิชิ “มิราจ” ใหม่ ซึ่งมีกำหนดเปิดขายอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 33 ในระหว่างวันที่ 28 มีนาคม-8 เมษายน 2555 (วันสื่อมวลชนวันที่ 27 มีนาคม 2555) ที่อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี โดยแบ่งเป็น 5 รุ่นย่อย มี 8 สีให้เลือก จำหน่ายราคาเริ่มต้นที่ 380,000-546,000 บาท พร้อมโปรโมชันสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ ทุกรุ่น ในช่วงเปิดตัว จำนวนจำกัด รับฟรีประกันภัยชั้น 1 “ไดมอนด์ อินชัวรันซ์” และรับโบนัสพิเศษเงินคืน 10,000 บาท 

ขณะเดียวกัน จากนโยบายลดภาษีรถยนต์คันแรกของรัฐบาล ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ “มิราจ” ใหม่ ทุกรุ่น ในช่วงระยะเวลาตามประกาศของรัฐบาลจะได้รับสิทธิ์คืนเงินภาษีสูงสุดประมาณ 79,000 บาท

สำหรับ มิตซูบิชิ “มิราจ” ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC MIVEC 12 Valveรองรับทั้งเบนซิน 91 และ 95 แก๊สโซฮอล์ 91, 95 และ E20 โดยตั้งเป้าให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กิโลเมตรต่อลิตร มีสีให้เลือกหลากหลายมากถึง 8 สี ได้แก่ 1. สีขาวมุก White Pearl (ราคาเพิ่ม 5,000 บาท) 2. สีเหลือง Lemonade Yellow Metallic 3. สีเขียว Pop Green Metallic 4. สีแดง Red Metallic 5. สีฟ้า Cerulean Blue Mica 6. สีเทาดำ Eisen Gray Mica 7. สีดำ Pyreness Black Mica และ 8. สีเงิน Cool Silver

ตารางรุ่นและราคา

 

รุ่นรถ ราคา (บาท)
1.GLD Ltd. เกียร์อัตโนมัติ 546,000
2.GLS เกียร์อัตโนมัติ 506,000
3.GLX เกียร์อัตโนมัติ 460,000
4.GLX เกียร์ธรรมดา 426,000
5.GL เกียร์ธรรมดา 380,000

ตารางรุ่นและจุดเด่นผลิตภัณฑ์

รุ่นรถ จุดเด่นผลิตภัณฑ์
1.GLD Ltd. เกียร์อัตโนมัติ -ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
-วิทยุ-เครื่องเล่นดีวีดี เอ็มพี 3 พร้อมจอภาพแบบ Touch Screen ขนาด 7 นิ้ว และ USB สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง
-ระบบนำทางในรถยนต์ (Navigation System)
-ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth)
2.GLS เกียร์อัตโนมัติ -ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
-ไฟตัดหมอกหน้า
-ล้ออัลลอยขนาด 14 นิ้ว
-สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบLED
-ระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS พร้อมระบบกุญแจป้องกันการโจรกรรม
-ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์
3.GLX เกียร์อัตโนมัติ
4.GLX เกียร์ธรรมดา
-ABS/EBD
-กุญแจรีโมต
-กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า
-กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบปรับขึ้นลงอัตโนมัติและระบบ Safety (ด้านคนขับ)
-พนักพิงศีรษะสำหรับเบาะนั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบปรับสูงต่ำได้
-เบาะนั่งหลังปรับพับแบบ 60:40
-วิทยุ-เครื่องเล่นซีดี เอ็มพี 3 พร้อมช่อง AUX-inและ USB สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง
5.GL เกียร์ธรรมดา -ถุงลมนิรภัยด้านคนขับ
-กระจกไฟฟ้าเฉพาะคู่หน้า
-การตกแต่งภายในแบบ Piano black
-จอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์

ที่มา : http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9550000031906

และ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด