Suzuki Celerio ซูซูกิอีโคคาร์ตัวใหม่ ราคาเริ่มต้นเพียง 359,000 บาท

  

      ซูซูกิ เปิดตัว Suzuki Celerio 2014 อีโค่คาร์รุ่นเล็กขนาด A-Segment รุ่นใหม่ของค่าย ซูซูกิ เซเลริโอ ปี 2014 พร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1,000 ซีซี และเกียร์ CVT เน้นประหยัดกว่าเดิมในงาน  มอเตอร์โชว์ 2014

             ด้วยภาพลักษณ์ใหม่ของคอมแพ็คคาร์ ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะดีเยี่ยม พร้อมทำให้ทุกที่เป็นถนนของคุณ โดดเด่นด้วยหลังคาสูงเกินคาด และห้องโดยสารกว้างกว่าที่คิด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่เน้นการประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 ดีไซน์ภายนอกของเซเลริโอถอดแบบมาจากต้นแบบอย่าง ซูซูกิ เอ-วินด์ (Suzuki A-Wind) รถต้นแบบที่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2013 ที่ผ่านมา ด้านหน้าของรถโดดเด่นด้วยกระจังหน้าเป็นเส้นยาวเชื่อมต่อไปจนถึงโคมไฟหน้าทั้งสองข้าง ด้านข้างโชว์รูปทรงกะทัดรัด ส่วนด้านหลังก็ออกแบบได้ลงตัว ส่วนภายในก็ติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ใช้งานอย่าครบถ้วน รวมทั้งดีไซน์ให้มีพื้นที่ภายในกว้างขวางพอสมควร

Suzuki Celerio 2014

ด้านระบบขับเคลื่อน ซูซูกิ เซเลริโอจะใช้เครื่องยนต์ขนาด 1,000 ซีซี กำลัง กำลัง 68 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ CVT เน้นความประหยัดอย่างถึงที่สุด รวมทั้งจะใส่ระบบเสริมความปลอดภัยให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานจริง

    ซึ่งพร้อมเปิดตัวพร้อมราคาที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้ เริ่มต้นเพียง 359,000 บาท

Specification สเปค

นิสสันเปิดตัวลิวิน่าใหม่ ราคา 672,000 – 742,000 บาท เสริมไลน์ลุยตลาดคอมแพคท์

ที่มา : http://www.clipmass.com/news_detail.php?news_id=82682

Honda-Brio-Prototype-Large

นิสสันเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ลุยตลาดรถคอมแพคท์ ไฮไลท์ที่การนำเข้านิสสัน ลิวิน่าเข้ามาทำตลาดจากประเทศอินโดนีเซีย พร้อมทั้งเพิ่มไลน์พัลซาร์ ดีไอจี เทอร์โบ และนิสสัน จู๊ค รุ่นตกแต่งพิเศษ

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 3 รุ่น เติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งของลูกค้าทุกกลุ่ม ได้แก่ นิสสัน ลิวิน่า 5 ที่นั่ง เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร นิสสัน พัลซาร์ เครื่องยนต์เทอร์โบ เบนซิน และนิสสัน จู๊ค จ๊อยท์เอดิชั่น รุ่นลิมิเต็ด

ฮิโรยูกิ โยชิโมโตะ ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่พร้อมกันคราวเดียวถึง 3 รุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งของผู้บริโภคไทย

A_Livina_Cover_7_lowเริ่มด้วย นิสสัน ลิวิน่า ที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเน้นความสะดวกสบายในทุกที่นั่ง รวมถึงพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางภายในซึ่งปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งาน ดีไซน์ภายนอกที่ปราดเปรียว พร้อมสำหรับทุกเส้นทางด้วยระยะความสูงจากพื้น 175 มิลลิเมตร
โดดเด่นด้วยกระจังหน้าวีเชพ เอกลักษณ์เฉพาะนิสสัน กันชนพร้อมการ์ดกันกระแทกรอบคันสีเงินเมทัลลิก เสริมด้วยไฟท้ายที่โฉบเฉี่ยวและราวหลังคาสีเงินเมทัลลิกผสานอารมณ์สปอร์ตและสปอยเลอร์หลัง ภายในตกแต่งโทนสีดำ-เงินเมทัลลิก คอนโซลหน้ามาพร้อมกับเครื่องเล่นดีวีดีและหน้าจอทัชสกรีนขนาด 6.1 นิ้ว พร้อมช่องแอร์ออกแบบพิเศษที่คอนโซลหน้าและช่องแอร์สำหรับที่นั่งด้านหลังโดยเฉพาะ

D_Livina_Console_Int_4_low
ผ่อนคลายในทุกที่นั่งด้วยเบาะหุ้มหนังคุณภาพเยี่ยม พร้อมพื้นที่วางขากว้างขวางพิเศษสำหรับเบาะหลังซึ่งแยกพับได้ 60/40 ตอบโจทย์การจัดเก็บสัมภาระอเนกประสงค์ได้ดังใจด้วยความจุที่ขยายได้ถึง 769 ลิตร
ลิวิน่ามาพร้อมระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่าและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ กุญแจอัจฉริยะพร้อมสัญญาณกันขโมย เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ถุงลมคู่หน้า ระบบเบรกกันล้อล็อค ระบบกระจายแรงเบรกและระบบเสริมแรงเบรก ระบบเซ็นทรัลล็อค ไฟเบรกดวงที่สามและมาตรวัดเรืองแสงพร้อมจอระบุอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ระยะทางที่ขับขี่ น้ำมันที่เหลือในถัง และนาฬิกา

F_Car_Livina_MainF_Funtion_5_low
เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตรแบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว พร้อมระบบหัวฉีดคู่ผสานระบบวาล์วแปรผันคู่ ส่งกำลังด้วยเกียร์แปรผันอัจฉริยะ เอ็กซ์ทรอนิก ซีวีที ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุดที่ 153 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที
มั่นใจในสมรรถนะการเกาะถนนและการขับขี่ที่นุ่มนวลด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย พร้อมสี 5 สี ได้แก่ สีขาวไวท์โซลิด สีเทาทไวไลท์เกรย์ สีแดงเบิร์นนิ่งเรด สีเงินบริลเลียนท์ซิลเวอร์ และสีดำแบล็คโซลิด

สำหรับราคาจำหน่ายของนิสสัน ลิวิน่า ในรุ่น 1.6อี เกียร์ธรรมดา เคาะราคา 6.72 แสนบาท รุ่น 1.6อี ซีวีที เคาะราคาจำหน่าย 7.12 แสนบาท และรุ่นท๊อป 1.6วี ซีวีที เคาะราคาจำหน่าย 7.42 แสนบาท

Car_Model line up_4_lowขณะที่นิสสัน พัลซาร์ ดีไอจี เทอร์โบ ตอบโจทย์นักขับที่รักความเร็วและสไตล์ที่แตกต่าง ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ เบนซินไดเร็คอินเจ็คชั่น ขนาด 1.6 ลิตร ผสานกับการทำงานของระบบวาล์วแปรผันคู่ พร้อมปรับแต่งการทำงานของระบบเบรก ระบบบังคับเลี้ยว และระบบช่วงล่างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อรองรับสมรรถนะการขับขี่ที่แรงเร้าใจ
ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่แรงเร้าใจเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร แต่ประหยัดน้ำมันเกินคาดด้วยเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 240 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400 รอบต่อนาที โดยพัฒนาประสิทธิภาพการเผาไหม้เชื้อเพลิงให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น เพื่อให้เครื่องยนต์มีกำลังสูงขึ้น พร้อมเคลือบผิวเพลาลูกเบี้ยวด้วยเทคโนโลยีนาโน ช่วยลดแรงเสียดทานได้สูงสุด

DSN_7582
และรุ่นสุดท้ายที่เปิดตัววันนี้ ได้แก่ นิสสัน จู๊ค จ๊อยท์เอดิชั่นลิมิเต็ด นิยามใหม่แห่งสไตล์สุดชิค สะท้อนอารมณ์สนุกสไตล์สปอร์ตทุกมุมมองด้วยการมิกซ์แอนด์แมทช์สีสันบนตัวถังรถ สปอยเลอร์ และกระจกมองข้าง พร้อมแต่งสติกเกอร์จากหน้าจรดท้าย และสัญลักษณ์ Joint Edition ท้ายรถ บ่งบอกรสนิยมโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ประกอบไปด้วยสีขาวไวท์โซลิด สีแดงเบิร์นนิ่งเรดและสีดำแบล็คโซลิด จำนวนจำกัดเพียงสีละ 100 คัน เท่านั้น

สำหรับราคาจำหน่ายของพัลซาร์ เทอร์โบและจู๊ค ลิมิเต็ด เอดิชั่น จะเปิดอีกครั้งในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์

DSN_7565

‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน

ที่มา : http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9560000138772

‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน

ค่ายมาสด้าเขย่าตลาดรถอเนกประสงค์แบบเอสยูวี เปิดตัวรถโมเดลใหม่ “มาสด้า ซีเอ็กซ์-5” (MAZDA CX-5) ชูจุดเด่นการออกแบบโคโดะ หรือจิตวิญญาณแห่งความเคลื่อนไหวเป็นรุ่นแรกบนท้องถนน พร้อมกับนำเทคโนโลยี “สกายแอคทีฟ” (SKYACTIV TECHNOLOGY) มาใช้ทั้งคันครั้งแรกเช่นกัน โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ที่มีแรงอัดอากาศต่ำ 14 : 1 จึงแรงแต่ประหยัด เช่นเดียวกับรุ่นเบนซินที่มีให้เลือกทั้งรุ่น 2.0 และ 2.5 ลิตร เคาะราคาเริ่มต้น 1.20-1.67 ล้านบาท 

ยูจิ นากามิเน ผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 (Mazda CX-5) สร้างความสำเร็จและทำยอดขายให้กับบริษัทนับตั้งแต่เปิดตัวเข้าสู่ตลาด เป็นเสมือนทูตผู้ส่งมอบเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของมาสด้าให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ทั่วโลก “เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ” (SKYACTIV TECHNOLOGY) และวันนี้เทคโนโลยีดังกล่าวได้เดินทางมาถึงประเทศไทย เพื่อให้ลูกค้าชาวไทยได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ใหม่ ที่คงความสนุกในการขับขี่ อยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสิ่งแวดล้อมที่สะอาดบริสุทธิ์ และไม่ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานที่มีอยู่จำกัด นับเป็นเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและให้คุณสมบัติการขับขี่ที่พึงมีไว้ได้ครบถ้วน

‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน

“อาเซียนเป็นตลาดหลักที่สำคัญ มาสด้าตั้งเป้ายอดจำหน่ายรถยนต์ในภูมิภาคนี้ 150,000 คัน ภายในปี 2558 ซึ่งประเทศไทยเป็นตลาดใหญ่และเป็นยุทธศาสตร์สำคัญต่อธุรกิจของมาสด้า การแนะนำรถมาสด้าเจนเนอเรชั่นใหม่เข้าสู่ตลาด จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักสำคัญ และมาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ใหม่ เป็นรถมาสด้าเจนเนอเรชั่นใหม่รุ่นแรก ที่ประสบความสำเร็จในทุกประเทศที่เปิดตัว จนถึงขณะนี้มียอดจำหน่ายมากกว่า 400,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และผมมั่นใจอย่างยิ่งว่าตลาดประเทศไทย จะประสบความสำเร็จเฉกเช่นเดียวกับทุกๆ ตลาด”

โชอิชิ ยูกิ ประธานกรรมการ บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัวรถยนต์มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ใหม่ ในครั้งนี้ มีผลอย่างมากต่อธุรกิจของมาสด้าในประเทศไทย เพราะนอกจากจะเป็นการแนะนำรถรุ่นใหม่ในเซกเม้นต์ที่มาสด้ายังไม่เคยมีจำหน่ายแล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่แนะนำเทคโนโลยีใหม่ในประเทศไทย และเป็นครั้งแรกที่มาสด้าแนะนำเครื่องยนต์ดีเซลสะอาด (CLEAN DIESEL) เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ที่จะเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย

‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน

“มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ใหม่ จัดอยู่ในกลุ่มรถอเนกประสงค์ประเภทครอสโอเวอร์เอสยูวี ที่มาสด้าวางกลยุทธ์การตั้งราคาที่เหมาะสม มีหลากหลายรุ่นให้เลือก รวมทั้งมีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 แบบด้วยกัน แน่นอนว่าลูกค้าเป็นกลุ่มในระดับราคาที่สูงกว่ารถยนต์มาสด้า3 เหมาะสำหรับหนุ่มสาวคนทำงาน หรือคู่หนุ่มสาวที่เริ่มใช้ชีวิตคู่ พร้อมที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จในการทำงานหรือการทำธุรกิจ มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตทันสมัย ชอบการเรียนรู้ บริโภคเทคโนโลยีและสินค้าแก็ตเจ็ท เปิดรับการเปลี่ยนแปลงและมุมมองใหม่ๆ ที่หลากหลาย และให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นวิถีชีวิตของคนทำงานรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นบนเส้นทางของผู้บริหาร มองหาความปราดเปรียวคล่องตัวและความอเนกประสงค์จากรถยนต์ที่เลือกใช้”

สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า มาสด้าเตรียมกิจกรรมรองรับช่วงเปิดตัว เพื่อให้เกิดการรับรู้ในกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว โดยใช้มิวสิคมาร์เก็ตติ้งด้วยการร่วมมือกับ iWAVE (ไอเวฟ) เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ให้แก่ศิลปินวงเพลงป๊อบคุณภาพ ETC จัดคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ฉลองครบรอบ 10 ปี ชื่อ “SKYACTIV SUV ALL NEW MAZDA CX-5 PRESENTS ETC 10 YEARS ANNIVERSARY BACK TO THE FUTURE CONCERT” ในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2556 เวลา 19.00 น. อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี พร้อมชมรถมาสด้า มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ใหม่ ที่หน้างาน และยังเป็นกิจกรรมเพื่อลูกค้ามาสด้าปัจจุบัน ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษทั้งส่วนลดราคาบัตร และใช้ห้องรับรอง VIP ระหว่างรอชมคอนเสิร์ต ดูรายละเอียดของสิทธิพิเศษลูกค้ามาสด้ากับคอนเสิร์ตวง ETC ได้ที่เว็บไซต์และจุดจำหน่ายบัตรของไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา

ทั้งนี้มาสด้าตั้งเป้าหมายของยอดจำหน่ายของ มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ใหม่ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10,000 คันต่อปี และถือเป็นรถธงอีกรุ่นหนึ่งที่เข้ามาเสริมรุ่นรถที่มีจำหน่ายในตลาดเมืองไทย ให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้ทุกเซ็กเม้นต์ เนื่องจากกระแสตอบรับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟถือว่ามาแรงอย่างมาก เป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นที่มีลูกค้าคอยติดตามความเคลื่อนไหวและสอบถามกันมามากที่สุด โดยเฉพาะก่อนการแนะนำสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ มียอดสั่งจองรถรุ่นนี้จากลูกค้าผ่านผู้จำหน่ายเข้ามาสูงเกือบ 1,500 คัน

‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน
‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน

การออกแบบโคโดะ – จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวบนถนนจริง

มาสด้า CX-5 เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ผลิตออกจำหน่ายในตลาด ที่ใช้แนวทางการออกแบบ โคโดะ – จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว (KODO: Soul of Motion) ซึ่งหัวหน้าทีมนักออกแบบ CX-5 “มาซาชิ นากายามา” กล่าวว่า การออกแบบมาสด้า CX-5 แสดงออกถึงความแข็งแกร่งมีพลังและความคล่องแคล่วปราดเปรียว เช่นเดียวกับ “เสือชีต้าห์” ที่เป็นแรงบันดาลใจของมาสด้า ที่จะออกแบบรถเอสยูวีด้วยภาษาการแสดงออกของโคโดะ

โดยด้านหน้าออกแบบด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวให้ความประทับใจ ดูแข็งแรงมีพลังและตัวตน มาสด้า CX-5 เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ผลิตออกจำหน่ายที่ออกแบบด้านหน้าด้วย Signature Wing เช่นเดียวกับในรถต้นแบบใหม่ทุกรุ่นตามแนวทางการออกแบบโคโดะ กระจังหน้าทรงห้าเหลี่ยม เอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า Mazda five-point grille ไฟหน้ารูปทรงสามมิติออกแบบให้เสมือนกับตาสองข้าง ด้านข้างให้ความรู้สึกมีพลังของความเคลื่อนไหว โป่งล้อที่ใหญ่ดูแข็งแรงทรงพลัง ต่อเชื่อมผ่านเส้นสายไปยังด้านหลัง จากการออกแบบรูปทรงโป่งล้อหลังขนาดใหญ่จึงเกิดรูปทรงที่ดูสมดุลแข็งแรงในด้านท้ายรถ และกระจกหลังที่ลาดเอียงรูปทรงที่โฉบเฉี่ยว ช่วยเพิ่มความสปอร์ตและความปราดเปรียว เป็นภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากรถเอสยูวีทั่วไป

‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน
‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน

ภายในโฉบเฉี่ยว หรูหรา และอเนกประสงค์

การออกแบบภายในที่ให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ที่จะดึงดูดให้ผู้ขับขี่พร้อมที่จะจับพวงมาลัยและออกตัวในทุกจังหวะ มาตรวัดต่างๆ ออกแบบให้มีมิติ สร้างความสนใจและง่ายต่อผู้ขับขี่ในการรับรู้ถึงข้อมูลต่างๆ และการวางตำแหน่งที่เหมาะสม การแสดงข้อมูลต่างๆ สามารถมองเห็นได้ง่ายชัดเจน การตกแต่งด้วยวัสดุดำเงาเปียโนในส่วนคอนโซลกลางและแผงประตูให้ความหรูหราสง่างาม และความพิถีพิถันในการออกแบบระบบปรับอากาศ ช่วยให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นถึง 6% เมื่อเทียบกับระบบปรับอากาศทั่วไป

ความยาวฐานล้อของมาสด้า CX-5 มีขนาด 2,700 มม. ช่วยให้มีระยะในการออกแบบด้านข้างตัวรถที่โฉบเฉี่ยว และเพิ่มพื้นที่ของห้องโดยสารให้ใช้ประโยชน์และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น พื้นที่ช่วงเหนือศีรษะ ช่วงไหล่ และช่วงขา จัดว่าดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ผู้โดยสารด้านหลังสามารถสะดวกสบายกับพื้นที่ช่วงขาที่กว้างถึง 997 มม. และพื้นที่ช่วงเข่าที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันมีขนาดกว้างถึง 66 มม, สามารถมีพื้นที่ในการยืดขาได้อย่างสบาย

‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน

ที่นั่งปรับควบคุมด้วยไฟฟ้าแบบ 8 ทิศทาง ระยะการปรับเลื่อนตำแหน่งเก้าอี้กว้างถึง 260 มม. เบาะนั่งปรับเอนได้มากสุดถึง 98 องศา และปรับระดับความสูงขึ้น-ลง ถึง 50 มม. เบาะนั่งปรับเอียงได้ 30 มม. (เฉพาะที่นั่งที่ปรับได้ 8 ทิศทาง) ทำให้สามารถปรับตำแหน่งการนั่ง เพื่อรองรับขนาดสรีระของผู้โดยสารที่หลากหลายให้ความสบายได้ทุกคน ที่นั่งด้านหลังแบบ 40:20:40 แยกปรับพับได้ ควบคุมด้วยคันบังคับควบคุม เป็นครั้งแรกของโลก ช่วยให้สะดวกสบาย ในการปรับพื้นที่การเก็บสัมภาระ ควบคุมการพับเบาะให้พับลาดลงไปในแต่ละส่วน และสามารถบรรจุสัมภาระได้มากขึ้น เมื่อที่นั่งด้านหลังมีผู้โดยสารเต็มพื้นที่ ขนาดพื้นที่เก็บสัมภาระยังมีความจุถึง 490 ลิตร (VDA) มีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะวางกระเป๋าเดินทาง Samsonite ขนาด 67 ซม. และเมื่อพนักพิงทั้งสามส่วนพับลาดลงในแนวราบพร้อมกันพื้นที่ของการเก็บสัมภาระมีความจุถึง 1,390 ลิตร (VDA)

มาสด้า CX-5 มีระบบเครื่องเสียงที่ให้สุนทรียภาพที่ดีที่สุดรวมถึงระบบเครื่องเสียงพรีเมียมจาก BOSE® เป็นอุปกรณ์ให้เลือก ที่ให้คุณภาพสูง และประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานและมีน้ำหนักเบา แอมพลิไฟเออร์แบบดิจิตอลสมรรถนะสูงมีน้ำเบาเพียงแค่ 0.7 กก. AudioPilot® 2 และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพการฟังในขณะขับขี่ ระบบ Centerpoint® Surround Sound เทคโนโลยีที่ส่งกระจายเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีคุณภาพ

‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน
‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน

สมรรถนะอีกระดับกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ

สมรรถนะการขับขี่ของมาสด้า CX-5 ได้พัฒนาด้วยสองมุมมอง ประกอบด้วยพฤติกรรมของตัวรถ และความรู้สึกของผู้ขับขี่ เพื่อบรรลุถึงการพัฒนาที่ตอบสนองความรู้สึกของผู้ขับขี่ ทางวิศวกรมาสด้ามุ่งเน้นความสะดวกในการใช้งานในทุกๆ จุดระหว่างรถและผู้ขับขี่ นั่นรวมถึงการบังคับเลี้ยวและการบังคับแป้นคันเร่งและเบรก การเพิ่มการรับรู้ของผู้ขับขี่ เพื่อลดสถานการณ์และพฤติกรรมของรถที่ไม่พึงประสงค์ โดยผู้ขับขี่สามารถแก้ไขสถานะการณ์จากการรับรู้ถึงสถานการณ์ล่วงหน้า และเพิ่มการรับรู้ข้อมูลให้กับผู้ขับขี่ให้ทันท่วงที เพื่อช่วยในการควบคุมสถานการณ์ ที่สำคัญมากับเทคโนโลยีใหม่สกายแอคทีฟทั้งคันเป็นรุ่นแรกของมาสด้า

ในส่วนขุมพลังมาสด้า CX-5 วางเครื่องยนต์เบนซิน “สกายแอคทีฟ-จี” (SKYACTIV-G) แบบไดเร็กอินเจ็คชั่น ที่ให้แรงบิดสูงในรอบเครื่องยนต์ต่ำ ช่วยให้เกิดอัตราการเร่งที่ดีให้การควบคุมอย่างแม่นยำ และประหยัดน้ำมัน โดยมีค่าการอัดอากาศที่ 14.0:1 (ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.0L และ 13.0:1 ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.5L) ระบบไอเสีย 4-2-1 การออกแบบความยาวท่อร่วมไอเสียที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดอุณหภูมิสะสมที่สูงขึ้นเนื่องจากก๊าซไอเสียจากห้องเผาไหม้ จึงเป็นการป้องกันการเกิดการน็อค เนื่องจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ โดยเครื่องยนต์เบนซินมีให้เลือกเป็นรุ่น SKYACTIV-G 2.0L ให้แรงบิดสูงสุดถึง 210 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ และกำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 16.4 กม./ลิตร(ตามมาตรฐานการทดสอบ JC08) และรุ่นเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.5L ให้แรงบิดสูงสุดถึง 256 นิวตันเมตร ที่ 3,250 รอบ และกำลังสูงสุด 192 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 15.2 กม./ลิตร (ตามมาตรฐานการทดสอบ JC08)

อีกขุมพลังที่โดดเด่นเป็นเครื่องยนต์ดีเซลสะอาด “สกายแอคทีฟ-ดี” (SKYACTIV-D) ที่ อัตราส่วนการอัดมีบทบาทสำคัญ จนบรรลุมาตรฐานสูงสุดด้านสิ่งแวดล้อม โดยไม่ต้องใช้ระบบบำบัดไอเสียพิเศษ การสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงประมาณ 20% (เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ดีเซล MZR-CD ขนาด 2.2 ลิตร ของมาสด้าในปัจจุบัน) เนื่องจากอัตราส่วนการอัดที่ต่ำถึง 14:1 และช่วงการขยายตัวมากขึ้นแบบต่อเนื่องหลังการเผาไหม้ ระยะยกวาล์วแปรผันด้านไอเสียทำให้การนำไอเสียกลับมาใช้ใหม่เกิดขึ้นภายในได้ สิ่งนี้ทำให้การเผาไหม้มีเสถียรภาพอย่างทันทีหลังสตาร์ทในขณะเครื่องยนต์เย็น เทอร์โบชาร์จเจอร์สองขั้น Two-stage Turbocharge

‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน
‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน

เทคโนโลยีหัวฉีด Piezo ควบคุมองศาและละอองของน้ำมันด้วยความแม่นยำสูง ทำให้ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องตลอดช่วงความเร็วรอบ (สูงสุด 5,200 รอบต่อนาที) มีน้ำหนักลดลง ทำให้เครื่องยนต์SKYACTIV-D 2.2L ให้แรงบิดสูงสุดถึง 420 นิวตันเมตร ที่ 2,000รอบ และกำลังสูงสุดถึง 175 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ และยังประหยัดได้ถึง 18 กม./ลิตร (ตามมาตรฐานการทดสอบ JC08)

ระบบกำลังของมาสด้า CX-5 เป็นเกียร์อัตโนมัติ “สกายแอคทีฟ-ไดรฟ์” (SKYACTIV-DRIVE) ด้วยการรวบรวมเอาจุดเด่นของระบบเกียร์อัตโนมัติอื่นๆ ที่ทันสมัยในปัจจุบัน เป็นผลให้เกิดความสมดุลระหว่างการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่กระชับแม่นยำ ตอบสนองโดยตรงเฉกเช่นเกียร์ธรรมดา และการเปลี่ยนเกียร์อย่างราบรื่นและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

นอกจากนี้มาสด้า CX-5 ยังมากับโครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ-บอดี้ (SKYACTIV-BODY) น้ำหนักที่เบาแต่ยังให้ความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถัง ที่ให้ความสมบูรณ์ของเสถียรภาพการควบคุม และช่วงล่าง สกายแอคทีฟ-แชสซี (SKYACTIV-CHASSIS) ด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัทที่พัฒนาขึ้นใหม่ และด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์ ซึ่งคุณสมบัติการออกแบบเชิงเรขาคณิตที่นำมาใช้ ทำให้การควบคุมที่แม่นยำและง่ายในทุกช่วงการขับขี่ ทุกจังหวะ และองศาของการควบคุมพวงมาลัย ให้เสถียรภาพสูงมั่นใจ สมรรถนะการหยุดรถที่ตอบสนองมั่นใจ ง่ายในการควบคุมทุกช่วงความเร็ว

มาสด้า CX-5 มีให้เลือก 4 สีภายอก โดยสีทีใช้ในการเปิดตัวเป็นสีฟ้า สกายบลู ไมก้า และมีสีภายนอกอื่นๆ ได้แก่ สีขาว อาคทิคไวท์, สีเงิน อลูมินั่ม เมทัลลิค, และ สีเทา เมทีเออ เกรย์ ไมก้า โดยมีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ตามรายละเอียดและประเภทของเครื่องยนต์ดังต่อไปนี้…

‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน
‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-5’ เขย่าตลาดรถเอสยูวีเปิดราคา 1.2 ล้าน

เปิดครั้งแรกในโลก อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ สนนราคาแนะนำ 1.01-1.40 ล้านบาท

ที่มา : http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9560000135885

หลังจากที่มีกระแสข่าวกระหึ่มในทุกสื่อเกี่ยวกับ “อีซูซุมิว-เอ็กซ์” มาเป็นระยะหนึ่งแล้ว วันนี้ (31 ต.ค.) อีซูซุ ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย ด้วยอเนกประสงค์ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าทั่วโลก พร้อมด้วยราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 1,014,000-1,401,000 บาท 

เปิดครั้งแรกในโลก อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ สนนราคาแนะนำ 1.01-1.40 ล้านบาท

ฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในตลาดรถยนต์เมืองไทย และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญของผู้บริโภคยุคใหม่ อีซูซุจึงได้คิดค้นและพัฒนายนตรกรรมอเนกประสงค์ที่สอดคล้องกับความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถทั้งชาวไทยและทั่วโลก โดยเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศไทย นั่นคือ “อีซูซุ มิว-เอ็กซ์” (ISUZU MU-X) ยนตรกรรมสุดหรูอันทรงคุณค่า สร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวทันสมัย สมรรถนะเหนือชั้น พร้อมอรรถประโยชน์มากมาย เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้รถ

คลิปเปิดตัวอีซูซุ มิว-เอ็กซ์ พร้อมพรีเซนเตอร์ “ก้อง” สหรัถ สังคปรีชา ที่สยามพารากอนเมื่อค่ำวันที่ 31 ต.ค. 2556

 

“อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์นั่งอเนกประสงค์เมืองไทย กับไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Super Daylight) มาตรฐานเดียวกับยนตรกรรมยุโรปเป็นเจ้าแรก นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบช่วงล่างแบบใหม่ แบบคอยล์สปริงทั้ง 4 ล้อ ช่วงล่างด้านหลังแบบ 5-Link Suspension ให้เสถียรภาพในการขับขี่และเกาะถนนดีเยี่ยม พร้อมความนุ่มนวลดุจรถยนต์นั่งระดับหรู มั่นใจกับระบบเบรกแบบดิกส์มีครีบระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ”

โดยมาพร้อมสโลแกน “เอกสิทธิ์แห่งผู้นำ” (PRIVILEGE of the LEADER) ส่วนที่มาของชื่อ “MU-X” มาจากคำว่า “MU” ซึ่งมาจากคำว่า MYSTERIOUS UTILITY หมายถึง ความอเนกประสงค์ที่คาดไม่ถึง ส่วน “X” เป็นตัวอักษรที่อีซูซุเลือกใช้ในการสื่อความหมายของการมีชีวิตเหนือระดับที่ไร้ขีดจำกัด เช่น Exemplary, Extraordinary, Exotic ฯลฯ เพื่อให้เป็นยนตรกรรมสำหรับกลุ่มผู้ใช้รถรุ่นใหม่ที่พร้อมจะค้นหาสิ่งใหม่ๆ ให้กับตัวเอง

 

เปิดครั้งแรกในโลก อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ สนนราคาแนะนำ 1.01-1.40 ล้านบาท

สำหรับการออกแบบภายนอกมาพร้อมความโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวเร้าใจ โดดเด่นด้วยรูปทรงลู่ลม ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (Cd) เพียง 0.4 ดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน พร้อมให้ความคล่องตัวสูงสำหรับการใช้งานในเมืองใหญ่ ด้วยความยาวตัวรถ 4.825 เมตร และวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.7 เมตร หรือเทียบเท่ารถยนต์นั่งขนาดกลาง ด้านหน้าดีไซน์ทูโทน โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ PROJECTOR ที่ออกแบบแนวเส้นรับกับกระจังหน้าแบบ 3-DIMENSION คมเข้ม เน้นมิติเด่นชัดในทุกระยะสายตาด้วย SUPER DAYLIGHT ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน หรูหราปลอดภัยสไตล์ยุโรป สว่างชัดแม้กลางแสงจ้าด้วยหลอด LED ที่ประหยัดพลังงานและใช้งานได้นานกว่า ส่วนด้านข้างให้ความภูมิฐานมั่นคง หนักแน่นด้วย MUSCULAR FENDER ผสานเส้นสายอันเฉียบคม SPEEDY BLISTER และแนวหลังคาแบบ DYNAMIC FLOW สร้างความรู้สึกพุ่งทะยานแม้ขณะหยุดนิ่ง

ด้านท้ายโค้งมน โดดเด่นด้วยแนวเส้นสายต่อเนื่อง สอดประสานรับกับแนวโครเมี่ยม ไฟท้ายแบบ ARC-DIMENSION ให้มิติโดดเด่น ขับเน้นความรู้สึกเปี่ยมพลัง กล้องมองหลังแบบ BUILT-IN เรียบหรู พร้อมสปอยเลอร์หลัง ออกแบบแนวสปอร์ต สริมหลักอากาศพลศาสตร์ สะท้อนภาพลักษณ์ยนตรกรรมยุคใหม่ เสาอากาศ DUAL FUNCTION แบบ SHARK FIN ทันสมัย บ่งบอกตัวตนเหนือระดับ พร้อมรับได้ทั้งสัญญาณวิทยุและระบบนำทางอย่างชัดเจน

เปิดครั้งแรกในโลก อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ สนนราคาแนะนำ 1.01-1.40 ล้านบาท

สำหรับการออกแบบภายในหรูหราสไตล์ยุโรป ด้วยแนวคิด “PREMIUM & EXCLUSIVE” โดดเด่นด้วยการใช้คู่สีแบบทูโทนสวยงามลงตัว พร้อมอรรถประโยชน์ที่มอบอิสระในการใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวตามศาสตร์การออกแบบ ISUZU UNIVERSAL DESIGN โดยให้ผู้ใช้รถเป็นศูนย์กลาง ด้วยการจัดวางตำแหน่งที่นั่ง และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถให้เข้ากับทุกสรีระ เพื่อการใช้งานง่าย สะดวกสบาย และใช้งานได้หลากหลายลงตัวตั้งแต่ที่นั่งตอนหน้าถึงตอนที่สาม พร้อมบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย ด้วยพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางเท้าที่เหนือกว่ารถระดับเดียวกัน เบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีไอวอรี่ เกรดพิเศษให้ผิวสัมผัสนุ่มนวล ที่นั่งด้านคนขับแบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง

ส่วนแผงหน้าปัดดีไซน์ต่อเนื่องให้ความรู้สึกโอบล้อมอย่างมั่นคง เสริมความสง่าด้วยลายไม้แบบ NATURE TOUCH ให้สัมผัสสมจริงต่อเนื่องรับกับแผงข้างประตูบุหนัง หน้าปัดแบบสปอร์ต ชัดเจนโดดเด่นด้วยไฟเรืองแสงสีขาวพร้อมตัวเลขสีขาวสวยเด่นชัด สะดวกสบายด้วยสมาร์ทมัลติฟังก์ชั่นที่พวงมาลัย ระบบความบันเทิงสมบูรณ์แบบ ISUZU MEDIA SOLUTIONS เครื่องเล่น DVD หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วพร้อมระบบนำทาง i-Genii เหนือกว่าด้วยจอมอนิเตอร์บนเพดานแบบ BUILT-IN ขนาด 10.5 นิ้ว ระบบเสียง SURROUND SOUND ลำโพง 8 ทิศทาง ระบบปรับความเย็น AUTOMATIC AIR COOLER ให้ความเย็นทั่วถึงทุกที่นั่งผ่านช่องแอร์ทั้ง 3 ตอน พร้อมปุ่มควบคุมแยกตอนหน้า-หลัง ระบบปรับพับเบาะแบบ ONE ACTION ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยภายในได้อย่างอิสระและหลากหลายเพียงสัมผัสจังหวะเดียว โดยสามารถพับเบาะทั้งตอน 2 และตอน 3 ได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งสะดวกสบายสูงสุดกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ISUZU GENIUS ENTRY ระบบกุญแจอัจฉริยะ ควบคุมการเปิด-ปิดและล็อกประตูทุกบาน รวมถึงสตาร์ทรถด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมสวิตช์เปิด-ปิดที่ประตูท้าย เพิ่มความสะดวกทุกการใช้งาน

เปิดครั้งแรกในโลก อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ สนนราคาแนะนำ 1.01-1.40 ล้านบาท

ด้านขุมพลังแรงเร้าใจกับเครื่องยนต์ ISUZU Ddi SUPER COMMONRAIL เวอร์ชั่นล่าสุด สองทางเลือกกับ ISUZU Ddi 3.0 ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที และเครื่องยนต์ ISUZU Ddi 2.5 ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐาน EURO 4 พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGS Turbo ใหม่ล่าสุดแบบ ZERO GAP ลดช่องว่างระหว่างใบพัดกับเสื้อเทอร์โบ เพิ่มประสิทธิภาพการอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้ดียิ่งขึ้น พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด แบบ REV TRONIC ออกแบบให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจเหนือกว่าด้วยระบบ SAFETY MODE ป้องกันระบบส่งกำลังเสียหายจากการเข้าเกียร์ผิด และประหยัดน้ำมันเหนือกว่าเกียร์อัตโนมัติทั่วไปด้วยระบบ LOCK UP-TORGUE CONVERTER เพิ่มการส่งถ่ายกำลังเต็มประสิทธิภาพตั้งแต่ความเร็วต่ำ

ระบบช่วงล่างพัฒนาขึ้นจากแนวคิด 2 ด้าน คือ LINEAR HANDLING ให้เสถียรภาพการทรงตัวและการบังคับควบคุมที่แม่นยำ เกาะถนน ทรงตัวดีเยี่ยม เพื่อการขับขี่ที่มั่นใจในทุกช่วงความเร็ว ผสานกับแนวคิด FLAT RIDING เน้นประสิทธิภาพในการรับแรงสะเทือน เพื่อความนิ่งของตัวรถแม้ผ่านสภาพทางขรุขระ ให้ความนุ่มนวลสูงสุดกับการโดยสาร เหนือระดับด้วยคอยล์สปริงทั้ง 4 ล้อ พร้อมช่วงล่างด้านหลังใหม่แบบ 5-LINK SUSPENSION พร้อม STABILIZER BAR เหล็กกันโคลงขนาดใหญ่ และเหนือกว่าด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ PART TIME 4WD พร้อมสวิชต์ควบคุมแบบ TERRAIN COMMAND ให้ความแม่นยำสูง ปรับเปลี่ยนการขับขี่ได้ดังปรารถนาทั้ง 2WD และ 4WD ได้สะดวกรวดเร็ว สิ้นเปลืองน้ำมันและค่าบำรุงรักษาน้อยกว่าระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออื่นๆ ขณะที่ล้อแม็กซ์ขนาด 17 นิ้ว สวยงามแข็งแกร่ง ใช้เทคโนโลยีแบบ ULTRA-LIGHT น้ำหนักเบา ลดการรับภาระของช่วงล่าง ลดแรงสะเทือน เสริมความนิ่มนวลให้ทุกการขับเคลื่อน

เปิดครั้งแรกในโลก อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ สนนราคาแนะนำ 1.01-1.40 ล้านบาท
เปิดครั้งแรกในโลก อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ สนนราคาแนะนำ 1.01-1.40 ล้านบาท

ส่วนความปลอดภัย มาพร้อมACTIVE SAFETY ระบบป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ด้วยดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ พร้อมระบบ ABS ป้องกันล้อล็อกขณะเบรก ระบบ DUAL G-SENSOR ควบคุมการทำงานของระบบ ABS อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรก และระบบเสริมแรงเบรก BA เพิ่มแรงเบรกดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติในกรณีเบรกฉุกเฉินเพื่อลดระยะทางเบรกให้สั้นลง และปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบควบคุมการทรงตัว ESC และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS เพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ ป้องกันการลื่นไถลขณะออกตัว และมั่นใจขณะถอยจอดด้วย กล้องมองภาพด้านหลัง (Rear View Camera) แบบ BUILT-IN พร้อมเส้นกะระยะ LANE GUIDE เห็นสิ่งกีดขวางชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน ช่วยให้เข้าจอดง่ายยิ่งขึ้น

ขณะที่ PASSIVE SAFETY ระบบปกป้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ด้วยโครงสร้างห้องโดยสารแบบพิเศษเสริมด้วยเหล็กกล้า HIGH TENSILE STRENGTH STEEL ผลิตด้วยเทคโนโลยี TAILOR WELDED BLANK โดยใช้เหล็กหนาพิเศษมาประกอบเสริม ณ จุดที่ดูดซับแรงกระแทก เพิ่มความแข็งแกร่งและปลอดภัย, เหล็กกันกระแทกด้านข้าง (SIDE DOOR BEAM) รองรับการชนด้านข้าง, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทั้ง 7 ที่นั่ง, แอร์แบคคู่ (Dual SRS Air Bag) ช่วยลดความรุนแรงต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า โดยทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ, แกนพวงมาลัยและแป้นเบรกแบบยุบตัวได้ ช่วยลดความรุนแรงขณะเกิดอุบัติเหตุ, ISUZU INSIGHT เทคโนโลยีดุจอากาศยาน เพื่อการขับขี่ที่ประหยัดน้ำมันและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยอีซูซุผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลก ได้พัฒนา ISUZU INSIGHT เวอร์ชั่น 1.1 ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มากขึ้น เพื่อนำมาวิเคราะห์และประมวลผลพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อให้ผู้ใช้รถสามารถพัฒนาการขับขี่ทั้งด้านการประหยัดน้ำมัน และความปลอดภัยได้เต็มศักยภาพยิ่งขึ้น

เปิดครั้งแรกในโลก อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ สนนราคาแนะนำ 1.01-1.40 ล้านบาท

สำหรับตัวเลือก “อีซูซุ มิว-เอ็กซ์” เกียร์อัตโนมัติ เครื่องยนต์ซูเปอร์คอมมอนเรล 3000 Ddi มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ และเครื่องยนต์ซูเปอร์คอมมอนเรล 2500 Ddi ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ รวม 4 รุ่น ได้แก่

-อีซูซุมิว-เอ็กซ์ (ISUZU MU-X) 3.0 4WD DVD NAVI
-อีซูซุมิว-เอ็กซ์ (ISUZU MU-X) 3.0 2WD DVD NAVI
-อีซูซุมิว-เอ็กซ์ (ISUZU MU-X) 2.5 2WD DVD
-อีซูซุมิว-เอ็กซ์ (ISUZU MU-X) 2.5 2WD CD

พร้อมสีสันให้เลือก 5 สี ได้แก่ น้ำตาลสแปนิช Spanish Brown, บรอนซ์ฟ้านอร์วีเจียน Norwegian Blue, บรอนซ์เงินอาร์กติก Arctic Silver, ดำออสเตรเลียนโคล Australian Coal Blackและขาวมุกเอเวอเรสต์ Everest Pearl White

สัมผัสเอกสิทธิ์แห่งผู้นำ พร้อมทดลองขับรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ “อีซูซุ มิว-เอ็กซ์” ได้ในสัปดาห์แห่งการแนะนำที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ในราคาพิเศษช่วงแนะนำ 1,014,000-1,401,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป

เปิดครั้งแรกในโลก อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ สนนราคาแนะนำ 1.01-1.40 ล้านบาท
เปิดครั้งแรกในโลก อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ สนนราคาแนะนำ 1.01-1.40 ล้านบาท
เปิดครั้งแรกในโลก อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ สนนราคาแนะนำ 1.01-1.40 ล้านบาท

‘ยาริส’ อีโคคาร์ใหม่ ตัวถังใหญ่ราคาโต 4.69-5.99 แสนบาท

ที่มา  : http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9560000132313

‘ยาริส’ อีโคคาร์ใหม่ ตัวถังใหญ่ราคาโต 4.69-5.99 แสนบาท

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เขย่าตลาดเก๋งเล็ก เปิดตัวอีโคคาร์ใหม่ “โตโยต้า ยาริส” ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ใหม่หมด ชูจุดเด่นตัวถังขนาดใหญ่ เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดอีโคคาร์และซับคอมแพ็กต์ วางเครื่องยนต์เบนซินใหม่ Dual VVT-i ขนาด 1.2 ลิตร 86 แรงม้า พัฒนารองรับตลาดไทยโดยเฉพาะ เบื้องต้นมีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i วางขายทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 4.69-5.99 แสนบาท

เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า โตโยต้าให้ความสำคัญกับการพัฒนารถยนต์ที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด และเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่รองรับการใช้พลังงานในหลากหลายรูปแบบมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ Hybrid ที่โตโยต้าแนะนำเป็นรายแรกในเมืองไทย และในวันนี้(22 ต.ค.) พร้อมแล้วที่จะแนะนำรถยนต์สปอร์ตแฮทช์แบ็ครุ่นใหม่ล่าสุด “All New YARIS” ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งหมด ประกอบกับการที่ได้รับสิทธิ์จากโครงการ Eco-car ทำให้ ยาริส ใหม่ เป็นรถยนต์ที่นอกจะสมบูรณ์แบบในทุกด้านแล้ว ยังมาพร้อมกับราคาที่ง่ายในการเป็นเจ้าของ

‘ยาริส’ อีโคคาร์ใหม่ ตัวถังใหญ่ราคาโต 4.69-5.99 แสนบาท

ทาเคชิ มัตซึดะ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ทีมวิศวกรโตโยต้าได้สร้างสรรค์ ยาริส ใหม่ โดยมีแรงบันดาลใจในการพัฒนาเพื่อให้เป็นรถยนต์ที่มีความคุ้มค่าเหนือราคา สร้างความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ ภายใต้แนวคิด “Value Beyond Belief” ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ให้มีขนาดตัวถังที่ใหญ่ที่สุด พร้อมดีไซน์ภายนอกที่ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ตลอดทั้งคัน ภายในห้องโดยสารใช้วัสดุคุณภาพสูง และมีพื้นที่กว้างขวางที่สุดในระดับรถแฮทช์แบ็คขนาดเล็ก รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระที่ใหญ่มากขึ้น เครื่องยนต์ Dual VVT-i ใหม่ ขนาด 1.2 ลิตร ที่พัฒนาสำหรับตลาดประเทศไทยโดยเฉพาะ พร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Super CVT-i ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบ

“ยิ่งไปกว่านั้น การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์พร้อมช่วงล่างที่ปรับปรุงใหม่ ยังช่วยเพิ่มความสุขในการขับขี่ เกาะถนนดียิ่งขึ้น ตลอดจนประสิทธิภาพความประหยัดน้ำมันที่ได้มาตรฐาน ด้วยคุณสมบัติต่างๆเหล่านี้เชื่อว่า ยาริส ใหม่ จะตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า เมื่อทุกคนได้สัมผัส ยาริส ใหม่ จะรู้สึกถึงความพึงพอใจและได้รับในสิ่งที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน และมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ยาริส ใหม่ จะเป็นรถสปอร์ตแฮทช์แบ็คขนาดเล็ก ที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับลูกค้าชาวไทย”

‘ยาริส’ อีโคคาร์ใหม่ ตัวถังใหญ่ราคาโต 4.69-5.99 แสนบาท

วิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ยาริส ใหม่ นี้ มาพร้อมกับความหลากหลายที่ครบครัน พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า โดยเราได้ใช้แนวความคิดในการโฆษณา ยาริส ใหม่ นี้ว่า “All New YARIS…THAT’S RIGHT!” ซึ่งจะเริ่มโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ให้ลูกค้าได้รับทราบอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป และยังมีการจัดกิจกรรมการเปิดตัวยาริสใหม่อย่างเป็นทางการ ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศในวันที่ 26 – 27 ตุลาคมนี้ รวมถึงกิจกรรมโร้ดโชว์ในจังหวัดต่างๆ ซึ่งเราได้จัดเตรียมรถทดลองขับไว้ให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่กันอย่างทั่วถึง

“ยาริส ใหม่ มีให้เลือกถึง 4 รุ่น 7 สี ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 469,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่คุ้มค่าอย่างมาก และจากผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและแผนการตลาดที่เข้มข้น เรามีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ยาริส ใหม่ จะสามารถบรรลุเป้าหมายการขายที่ 4,000 คันต่อเดือน พร้อมสร้างสีสันให้กับตลาดรถยนต์ของไทยและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าอย่างแน่นอน” วิเชียรกล่าว

‘ยาริส’ อีโคคาร์ใหม่ ตัวถังใหญ่ราคาโต 4.69-5.99 แสนบาท

‘ยาริส’ อีโคคาร์ใหม่ ตัวถังใหญ่ราคาโต 4.69-5.99 แสนบาท

      ภายนอก…สปอร์ต ภายใน… กว้างขวางสะดวกสบาย

โตโยต้า ยาริส ใหม่ ออกแบบใหม่ในทุกมุม ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ตามหลักอากาศพลศาสตร์ มิติตัวรถมีความกว้างใหญ่มากยิ่งขึ้น ในขณะที่ความสูงถูกปรับลดต่ำลง รูปลักษณ์ดีไซน์สปอร์ตรอบคัน กระจังหน้าเชื่อมต่อกันชนหน้าด้วยลายเส้นรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแบบใหม่ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชุดไฟหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ที่ดูเรียวงามคมเข้ม ตลอดจนคิ้วกันกระแทกด้านข้าง คิ้วฝากระโปรงท้าย และสปอยเลอร์หลังคา ซึ่งทุกอย่างผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ให้อารมณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว และความรู้สึกที่ปราดเปรียว คล่องตัว
‘ยาริส’ อีโคคาร์ใหม่ ตัวถังใหญ่ราคาโต 4.69-5.99 แสนบาท

ภายในของห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีความกว้างขวางสะดวกสบาย เปี่ยมอรรถประโยชน์ใช้สอยสูงสุด โดยมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นเดิมในทุกมิติ (ดูภาพประกอบ) และทำให้มีปริมาตรความจุถึง 326 ลิตร สามารถเก็บสัมภาระได้มากกว่าเดิม ห้องโดยสารภายในโทนสีดำให้อารมณ์สปอร์ต มีการเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในที่มีคุณภาพ ดูหรูหราทันสมัย ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด อาทิ แผงคอนโซลหน้าแบบสปอร์ตสี Dark Silver พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ มาตรวัดแบบสปอร์ต แผงปรับอากาศดีไซน์ใหม่พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ตลอดจนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆอีกมากมายที่ครบครัน

‘ยาริส’ อีโคคาร์ใหม่ ตัวถังใหญ่ราคาโต 4.69-5.99 แสนบาท
‘ยาริส’ อีโคคาร์ใหม่ ตัวถังใหญ่ราคาโต 4.69-5.99 แสนบาท

ขุมพลังใหม่ประหยัดน้ำมัน-ควบคุมขับขี่ดีขึ้น

เครื่องยนต์ที่วางในโตโยต้า ยาริส ใหม่ เป็นขนาด 1200 ซีซี 86 แรงม้าที่ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับเมืองไทยโดยเฉพาะ โดยมีระบบวาล์วอัจฉริยะ Dual VVT-i ซึ่งจะปรับจังหวะเปิด – ปิดวาล์วไอดีและไอเสียแบบแปรผัน ให้สอดคล้องกับการทำงานของเครื่องยนต์ ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีอัตราเร่งที่ดี ประหยัดน้ำมันและช่วยลดมลพิษ ผ่านมาตรฐานไอเสีย ยูโร 4 ประสานงานอย่างลงตัวร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Super CVT-I ที่ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ต่อเนื่อง ให้อัตราเร่งที่นุ่มนวลราบรื่น พร้อมปรับระดับความเร็วรอบของเครื่องยนต์ให้คงอยู่ในรอบต่ำ แม้ในขณะเร่งความเร็ว (ดูสเปกจากภาพประกอบ)

‘ยาริส’ อีโคคาร์ใหม่ ตัวถังใหญ่ราคาโต 4.69-5.99 แสนบาท

ในส่วนของการควบคุมบังคับนั้น พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) จะช่วยปรับเปลี่ยนน้ำหนักของพวงมาลัยอัตโนมัติให้เหมาะสมกับทุกความเร็ว ทำให้ควบคุมง่ายและแม่นยำในทุกสภาพการขับขี่ จึงประหยัดน้ำมันได้มากกว่า ประกอบกับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ โดยการปรับลดความสูงของตัวรถแบบรถสปอร์ต และการติดตั้ง “Fin” หรือ “ครีบ” ที่บริเวณกระจกมองข้างและไฟท้าย ช่วยทำให้กระแสลมที่ไหลผ่าน บริเวณด้านข้างตัวรถขณะกำลังวิ่ง สามารถไหลผ่านได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่ระบบช่วงล่างที่นุ่มนวลและมั่นคง ควบคุมได้ดั่งใจ ด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบ แม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนหลังแบบ ทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง

‘ยาริส’ อีโคคาร์ใหม่ ตัวถังใหญ่ราคาโต 4.69-5.99 แสนบาท

ระบบมาตรฐานความปลอดภัยครบครันทุกรุ่น

ยาริสใหม่ผลิตภายใต้โครงสร้างนิรภัย GOA ให้ความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก จึงทำให้โครงสร้างห้องโดยสารที่แข็งแกร่ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับแรงกระแทกจากการชน และยังติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน ไม่ว่าจะเป็นถุงลมเสริมความปลอดภัยคู่หน้า SRS, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบกระจายแรงเบรก (EBD), ระบบเสริมแรงเบรก (BA) ช่วยเพิ่มแรงเบรกให้มากขึ้นในกรณีเบรกกระทันหัน เพื่อให้หยุดรถได้ในระยะที่สั้นกว่า

นอกจากนี้เข็มขัดนิรภัยคู่หน้า พร้อมระบบกลไกดึงกลับและผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ เบาะนั่งคู่หน้าแบบ WIL (Whiplash Injury Lessening) ช่วยลดการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอเมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง และกุญแจป้องกันการโจรกรรม Immobilizer ป้องกันกุญแจเลียนแบบไม่ให้สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้หากรหัสของกุญแจและเครื่องยนต์ไม่ตรงกัน รวมถึงระบบป้องกันการโจรกรรม TDS (Theft Deterrent System) ส่งสัญญาณเสียงเตือนภัย เมื่อมีการบุกรุก

‘ยาริส’ อีโคคาร์ใหม่ ตัวถังใหญ่ราคาโต 4.69-5.99 แสนบาท

โตโยต้า ยาริส โฉมใหม่ มีทั้งหมด 7 สี รวม 3 สีใหม่ ให้คุณโฉบเฉี่ยว ไม่เหมือนใคร ได้แก่ สีส้ม..Orange Metallic ใหม่, สีแดง..Red Mica Metallic ใหม่, สีฟ้า..Frozen Blue Metallic ใหม่, สีเทา..Gray Metallic, สีขาว..Super white, สีเงิน..Silver Metallic และ สีดำ..Attitude Black Mica โดยมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย เบื้องต้นทำตลาดเฉพาะ เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i เริ่มจากรุ่น 1.2G A/T, รุ่น 1.2E A/T, รุ่น 1.2J A/T และ 1.2J ECO A/T

รุ่นย่อย ราคา(บาท)
1.2G A/T 599,000
1.2E A/T 549,000
1.2J A/T 519,000
1.2J ECO A/T 469,000
‘ยาริส’ อีโคคาร์ใหม่ ตัวถังใหญ่ราคาโต 4.69-5.99 แสนบาท

 

“นิสสัน จู๊ค”ถึงไทยเปิดราคา 8.19 แสนบาท

ที่มา : http://www.manager.co.th/Motoring/viewNews.aspx?NewsID=9560000146708

วันนี้(26 พ.ย.) บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว“นิสสัน จู๊ค” สปอร์ตครอสโอเวอร์รุ่นใหม่ที่นำเข้ามาจากอินโดนีเซีย วางเครื่องยนต์ HR16DE ขนาด 1.6 ลิตร 116 แรงม้า ประกบเกียร์ CVT แบ่งเป็นสองรุ่นย่อย 1.6E ราคา 8.19แสนบาท กับ1.6V 8.58 แสนบาท เริ่มส่งมอบต้นเดือนมกราคมปีหน้า พร้อมตั้งเป้าหมาย 10,000 คันต่อปี

“นิสสัน จู๊ค”ถึงไทยเปิดราคา8.19แสนบาท

“นิสสัน จู๊ค”ถึงไทยเปิดราคา8.19แสนบาท

นิสสัน จู๊ค ออกแบบภายใต้แนวคิด “Born to excite” โฉบเฉี่ยว ดุดัน มีเอกลักษณ์ สะดุดทุกสายตาด้วยไฟหน้าและไฟท้ายรูปทรงบูมเมอแรงให้อารมณ์สปอร์ต พร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีดำ-แดง แผงหน้าปัดทรงกลมพร้อมมาตรวัดขนาดใหญ่ แผงคอนโซลกลางและแผงข้างประตูโทนสีแดง เบาะนั่งทรงสปอร์ตดีไซน์พิเศษให้โอบกระชับลำตัวผู้ขับขี่และผู้โดยสาร บุหนังสีดำเดินด้ายแดง ส่วนพนักพิงเบาะหลังพับแยกได้ 60:40

ด้านเครื่องเสียงพร้อมระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์เต็มรูปแบบ ทั้งระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและความบันเทิง I-Connect บนหน้าจอสัมผัสแบบพกพาขนาด 7 นิ้ว ซึ่งถอดออกจากแผงหน้าจอหลักได้เพื่อการใช้งานที่สะดวกมากขึ้น พร้อมระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ตลอดจนเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วยสัญญาณ WIFI ผ่านอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS หรือแอนดรอยด์ สามารถชม Online VDO Clip บนเว็บไซต์หรือโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ทั้ง YouTube และ Facebook สามารถShareไฟล์ภาพ เพลง วีดิโอ ได้อย่างไร้ขีดจำกัดบนหน้าจอเมื่อใช้ Micro SD Card / USB หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS หรือแอนดรอยด์ผ่านระบบ DLNA พร้อมโทรออกหรือรับสายเรียกเข้าได้อย่างปลอดภัยขณะขับรถเมื่อเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ แถมมีระบบสั่งการเมนูหลักด้วยเสียง Voice Recognition

“นิสสัน จู๊ค” วาง เครื่องยนต์เบนซินรหัส HR16DE ขนาด 1.6 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบหัวฉีดคู่ (Dual Injector System) ผสานกับระบบวาล์วแปรผันคู่ Twin C-VTC ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 154 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT ที่จะนำข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ ความเร็วของรถยนต์ สภาพผิวถนน และน้ำหนักของตัวรถ เพื่อประมวลผลและเลือกรูปแบบการเปลี่ยนเกียร์ที่เหมาะสมที่สุดให้กับผู้ขับขี่

ด้วยระยะต่ำสุดจากพื้น 180 มิลลิเมตร ให้มุมมองกว้างไกล ขณะที่ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ Zone Body Concept ช่วยดูดซับและกระจายแรงกระแทกหากเกิดอุบัติเหตุด้วยโครงสร้างส่วนห้องโดยสารที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ

สำหรับความปลอดภัย มีระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (BA) ระบบกุญแจอัจฉริยะพร้อมระบบ Immobilizer และสัญญาณกันขโมย แถมด้วยกล้องมองหลังพร้อมสัญญาณเตือนขณะขับถอยหลัง

“นิสสัน จู๊ค”ถึงไทยเปิดราคา8.19แสนบาท

กระจกมองข้างขนาดใหญ่ที่พับและกางออกโดยอัตโนมัติ ไฟหน้าปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ พร้อมระบบเปิด- ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ซึ่งจะสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อขับรถเข้าในที่มืดและดับลงเมื่อขับรถเข้าในที่สว่าง ทั้งยังมั่นใจด้วยหัวหมอนรองศีรษะคู่หน้าแบบ Active Head Restraints ที่ได้รับการออกแบบให้อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับศีรษะของผู้ขับขี่และผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น โดยโครงเหล็กสามารถยืดตัวขึ้นได้ ซึ่งจะช่วยลดอาการบาดเจ็บบริเวณต้นคอเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหลัง พร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ และถุงลมคู่หน้า

นิสสัน จู๊ค มีให้เลือก 6 สี คือ สีแดงเบิร์นนิ่งเรด สีน้ำเงินแปซิฟิคบลู สีดำแบล็คโซลิด สีขาวไวท์โซลิด สีเทาทไวไลท์เกรย์ และสีเงินบริลเลียนท์ซิลเวอร์ โดย2 รุ่น 1.6 E ราคา 8.19 แสนบาท และรุ่น1.6 V ราคา 8.58 แสนบาท 

“นิสสัน จู๊ค”ถึงไทยเปิดราคา8.19แสนบาท
“นิสสัน จู๊ค”ถึงไทยเปิดราคา8.19แสนบาท
“นิสสัน จู๊ค”ถึงไทยเปิดราคา8.19แสนบาท
“นิสสัน จู๊ค”ถึงไทยเปิดราคา8.19แสนบาท
“นิสสัน จู๊ค”ถึงไทยเปิดราคา8.19แสนบาท
“นิสสัน จู๊ค”ถึงไทยเปิดราคา8.19แสนบาท
“นิสสัน จู๊ค”ถึงไทยเปิดราคา8.19แสนบาท

 

โปรโมชั่น Chevrolet ประจำเดือนกันยายน (ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2556 เท่านั้น!)

โปรโมชั่นปัจจุบัน

โซนิค

โซนิค

  • โซนิค 4 ประตู
    พิเศษ! ดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน เมื่อดาวน์ 12% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี *เฉพาะ Sonic 1.4 MY13 ทุกรุ่น
  • โซนิค 5 ประตู
    พิเศษ! ดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน เมื่อดาวน์ 12% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี *เฉพาะ Sonic 1.4 MY13 ทุกรุ่น

 

ครูซ

ครูซ

  • ดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีทุกรุ่น
แคปติวา

แคปติวา

  • พิเศษ! ดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% *เฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล
  • พิเศษ! ดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน เมื่อดาวน์ 25% *เฉพาะเครื่องยนต์เบลซิน

 

เทรลเบลเซอร์

เทรลเบลเซอร์

  • พิเศษ! ดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน เมื่อดาวน์ 25%
โคโลราโด

โคโลราโด

  • พิเศษ! ดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% *เฉพาะ X-Cab และ C-Cab เท่านั้น
สปิน

สปิน

  • ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี
ทดลองขับ
Locate A Dealer
ทดลองขับ

หมายเหตุ

  1. โปรโมชั่นเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด
  2. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเงื่อนไข โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

Mazda 3 มาสด้า 3 โปรโมชั่น-ข้อเสนอพิเศษ Best Deal กันยายน 2556

Mazda 3 มาสด้า 3 โปรโมชั่น-ข้อเสนอพิเศษ Best Deal กันยายน 2556

Mazda จัดโปรโมชั่นตอบรับความต้องการลูกค้าอีกครั้งพร้อมข้อเสนอพิเศษสุด Best Deal รวมมูลค่ากว่า 100,000 แสนบาท ที่เตรียมมามอบให้ท่าน พร้อมกับกับรถยนต์ Mazda 3 กับเงื่อนไขง่ายๆเพียงเช่าซื้อรถยนต์ มาสด้า 3 กับ มาสด้า ลีสซิ่ง วันนี้ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2556 ก็เลือกรับไปเลยกับสิทธิพิเศษ ต่างๆมากมายที่รอท่านอยู่

  • ออกรถ Mazda 3 วันนี้รับข้อเสนอพิเศษมากมายรวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาทฟรี (เฉพาะ Mazda3โฉมปี 2012 2.0L) พร้อมรับไปเลยประกันภัยชั้นหนึ่ง ฟรี!!
  • หรือ เลือกสิทธิพิเศษผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% นานถึง 60 เดือน เพียงดาวน์เริ่มต้นที่ 25% (เฉพาะ Mazda 3 โฉมปี 2012 1.6L และ 2.0L) และ รับไปเลยประกันภัยชั้นหนึ่ง ฟรี!!
  • **เงื่อนไข เช่าซื้อรถยนต์ มาสด้า 3 ผ่าน มาสด้า ลีส ซิ่งเท่านั้น

พบกับโปรโมชั่น-ข้อเสนอพิเศษ Mazda 3 Best Deal ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม มาสด้า ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 02-664-4888 ต่างจังหวัดโทร (ฟรี) 1800-226-048

SKYACTIV เทคโนโลยีใหม่จากมาสด้า และทิศทางของมาสด้าในอนาคต

ผู้ที่ติดตามข่าวสารยานยนต์อย่างต่อเนื่อง คงได้ยินได้ผ่านตากันมาบ้างแล้ว สำหรับ เครื่องยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้า ทั้งเบนซิน และดีเซล ที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุด SKYACTIV ซึ่งจริงๆ แล้วเทคโนโลยี SKYACTIV ไม่ได้มีเพียงเครื่องยนต์เท่านั้น แต่ถูกแบ่งเป็น 6 ส่วนหลัก ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน, เครื่องยนต์ดีเซล, เกียร์อัตโนมัติ, เกียร์ธรรมดา, โครงสร้างตัวถัง และระบบกันสะเทือน ซึ่งจะเริ่มใช้ในรถมาสด้ารุ่นปี 2011 เป็นต้นไป

เทคโนโลยี SKYACTIV ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดหลักของมาสด้า นั่นคือ Zoom-Zoom ส่วนชื่อ SKYACTIV เป็นการสะท้อนความต้องการของมาสด้า ที่จะมอบความประทับใจในการขับ พร้อมการรักษาสิ่งแวดล้อม และมีความปลอดภัยสูงสุด โดยมาสด้าได้ประกาศยุทธศาสตร์ขององค์กรที่เรียกว่า บิลดิ้ง บล็อก หรือ Building Block Strategy ที่จะใช้ไปจนถึงปี 2015 โดยมีแนวคิดในการดึงเอาประโยชน์สูงสุด จากเทคโนโลยีพื้นฐานของมาสด้า ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดสมรรถนะของรถยนต์ และตามมาด้วย การพัฒนาอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า เช่น ระบบไฮบริด  และเทคโนโลยีทั้งหมด ล้วนแต่เป็นนวัตกรรมที่จะมาจากยุทธศาสตร์ บิลดิ้ง บล็อก ที่มี สกายแอ็คทีฟ เป็นฐานหลัก

Mr. Takashi Yamanouchi ประธานและซีอีโอของมาสด้า กล่าวว่า “มาสด้าได้ทำการปรับปรุง เครื่องยนต์และแพล็ตฟอร์มใหม่ และในขณะเดียวกันก็ยังมีการพลิกโฉมขั้นตอนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการผลิต”

“ในทางกลับกัน เราจะคิดค้นแนวทางใหม่ๆ ที่เป็นนวัตกรรมล้ำสมัยแบบ Breakthrough ในทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวกับรถยนต์ จนกระทั่งได้มาซึ่งผลงานอันเหลือเชื่อ หนึ่งในเรื่องราวของความสำเร็จนี้ก็คือ SKYACTIV ที่น่าทึ่งก็คือ เครื่องยนต์ สกายแอ็คทีฟ ยังคงให้ความรู้สึกของการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ และความน่าประทับใจในโลกยนตรกรรมเหล่านี้ จะยังคงมีออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ในรถมาสด้าทุกรุ่นในปีต่อๆ ที่กำลังจะมาถึง”

ทั้งนี้ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปเปอเรชั่น แถลงว่าเทคโนโลยีล่าสุดทั้งหมดนี้ จะถูกใช้ใน Mazda Demio หรือที่เรารู้จักภายใต้ชื่อ Mazda2 ในตลาดนอกญี่ปุ่นเป็นรุ่นแรก ซึ่งจะพร้อมจำหน่ายในญี่ปุ่นช่วงครึ่งแรกของปี 2011 โดยเครื่องยนต์ในรถรุ่นแรกของเทคโนโลยีล่าสุดจะเป็น SKYACTIV-G เครื่องยนต์เบนซิน ไดเร็กอินเจ็กชั่น มีอัตราส่วนการอัดอากาศสูงที่สุดในโลก 14.0:1 ซึ่งเครื่องยนต์ สกายแอ็คทีฟ-จี สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ดีเยี่ยม 30 กม.ต่อลิตร

เทคโนโลยี SKYACTIV ประกอบด้วย…

1. SKYACTIV-G

เครื่องยนต์เบนซินเจนเนอเรชั่นใหม่ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบไดเร็คอินเจ็คชั่น และเป็นเครื่องยนต์เบนซิน ที่มีอัตราส่วนการอัดสูงที่สุดในโลก คือ 14.0:1 โดยเครื่องยนต์ไม่น๊อค เนื่องจากใช้ระบบท่อไอเสีย 4-2-1, ลูกสูบหัวหลุม และหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหลายรู รวมทั้งเทคโนโลยีอื่นๆส่งผลให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูง ลดอัตราสิ้นเปลืองและเพิ่มแรงบิดได้ถึง 15 เปอร์เซ็นต์เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์พิกัดเดียวกัน รวมทั้งมีแรงบิดสูงตั้งแต่รอบต่ำ-ปานกลาง จึงเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

คลับ BT-50-Ranger-Mazda SKYACTIV คืออะไร?-1

คลับ BT-50-Ranger-Mazda SKYACTIV คืออะไร?-2

2. SKYACTIV-D

  เครื่องยนต์ดีเซลไดเร็คอินเจ็คชั่นเจนเนอเรชั่นใหม่ มีค่ามลพิษในไอเสียผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดของทั่วโลก โดยไม่จำเป็นต้องมีระบบแปรสภาพไอเสียต่างๆ ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตเครื่องยนต์สูงขึ้น เช่น NOx After Treatments, Urea Selective Catalytic Reduction (SCR) หรือ Lean NOx Trap (LNT) เคล็ดลับอยู่ที่การออกแบบเครื่องยนต์ให้มีอัตราส่วนการอัดต่ำที่สุดในโลกเพียง 14.0:1

 

   ส่งผลให้เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ล่าสุดของมาสด้า มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำลง 20 เปอร์เซ็นต์ ระบบเทอร์โบชาร์จแบบ 2 จังหวะ ช่วยให้การตอบสนองเป็นไปอย่างนุ่มนวลและราบเรียบตั้งแต่รอบต่ำจรดรอบสูง ให้แรงบิดสูงตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึง 5,200 รอบต่อนาที

     มาพร้อมความสะอาดผ่านมาตรฐานทั่วโลก เช่น Euro6 ในยุโรป, Tier2Bin5 ในอเมริกาเหนือ รวมทั้งมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น ที่จะเข้มข้นขึ้นในอนาคตด้วย โดยมาสด้าตั้งเป้าจะให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแบบรวมทั่วโลกหรือ Global Fleet ลดลง 30 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2015 ด้วยเทคโนโลยีเด่นๆ อย่างระบบไฮบริด และระบบ Regenerative Brake

 

คลับ BT-50-Ranger-Mazda SKYACTIV คืออะไร?-3

 

 

คลับ BT-50-Ranger-Mazda SKYACTIV คืออะไร?-4

 

 

 

3. SKYACTIV-Drive

เกียร์อัตโนมัติรุ่นใหม่ ที่ได้รับการปรับปรุงให้ถ่ายทอดแรงบิดจากเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ตกหล่น มาพร้อมระบบล็อคอัตราทดที่กว้าง รอบรับทุกการใช้งานได้อย่างเหมาะสม โดยผสมผสานข้อดีของเกียร์อัตโนมัติแบบพื้นฐาน (Conventional AT Transmission), เกียร์อัตโนมัติ CVT และเกียร์อัตโนมัติแบบ Dual Clutch

ระบบล็อคอัตราทดที่มีช่วงกว้าง ช่วยถ่ายทอดแรงบิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความรู้สึกในการขับเช่นเดียวกับเกียร์ธรรมดา ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองได้ระหว่าง 4-7 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับเกียร์อัตโนมัติแบบพื้นฐาน

คลับ BT-50-Ranger-Mazda SKYACTIV คืออะไร?-5

4. SKYACTIV-MT

     เกียร์ธรรมดารุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการออกแบบโครงสร้างใหม่ เพื่อให้เกียร์มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา รวมทั้งมีระยะการขยับคันเกียร์ที่สั้นและเบา เช่นเดียวกับรถสปอร์ต เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ที่วางเครื่องยนต์แบบขวางด้านหน้า และขับเคลื่อนล้อหน้า หรือรถยนต์ขนาดเล็ก ปรับปรุงเพื่อลดความฝืดภายใน และลดอัตราสิ้นเปลือง อันเป็นผลต่อเนื่องมาจากการลดแรงเสียดทานของกลไกภายใน

คลับ BT-50-Ranger-Mazda SKYACTIV คืออะไร?-6

คลับ BT-50-Ranger-Mazda SKYACTIV คืออะไร?-7

เปิดสเปก-ออปชัน “โตโยต้า ยาริส” อีโคคาร์ในไทย

556000012083605556000012083601

New Yaris 2013 เป็น รถ Eco Car นั่นคือใช้ขนาดเครื่องยนต์ 1,200 CC. และประหยัดน้ำมัน 20 กม./ลิตร ตามที่กฎหมายกำหนด

New Yaris 2013 ที่จะวางจำหน่ายในประเทศไทยจะมีให้เลือกทั้งสิ้น 4 เกรด โดยเริ่มต้นจากเกรด J ECO CVT, J CVT, E CVT และรุ่น Top สุดในเกรด G CVT โดยแต่ละเกรดก็จะต่างกันตามอุปกรณ์และการตกแต่งที่มีให้  ซึ่งทุกเกรดของ New Yaris 2013 เป็นเกียร์แบบอัตโนมัติทั้งหมด เห็นได้จากตัวย่อ “CVT” ที่ต่อท้ายทุกเกรดเลย

New Yaris 2013  มีสีให้เลือกเยอะทีเดียวถึง 7 สี โดยมีสีใหม่แกะกล่องให้เลือก 3 สีด้วยกัน นั่นคือ สีฟ้า Frozen Blue Metallic, สีส้ม Orange Metallic และสีแดง Red Mica Metallic (สีเดียวกับ New Vios 2013) ส่วนสีอื่นๆอีก 4 สีก็เป็นสีมาตรฐานที่ได้รับความนิยมตลอดกาลไม่ว่าจะเป็น สีขาว Super White, สีบรอนด์เงิน Silver Metallic, สีเทา Gray Metallic และสีดำ Attitude Black Mica นั่นเอง

รายละเอียดทั้งหมดของ New Yaris 2013 คลิ๊กที่นี่ครับ……